แบงก์-นอนแบงก์
กสิกรไทยปั้นนิวเจนสู่ผู้ประกอบการ บ่มเพาะ 3 เดือนจากไอเดียสู่ธุรกิจจริง ใน AFTERKLASS Young Entrepreneur KAMP 2026


ธนาคารกสิกรไทยประกาศผลโครงการ AFTERKLASS Young Entrepreneur KAMP 2026 โครงการบ่มเพาะเยาวชนสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการประกวดไอเดียหรือการแข่งขันบนเวที Pitching แต่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้และลงมือสร้างธุรกิจจริงอย่างต่อเนื่อง รวมระยะเวลากว่า 3 เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงเดือนตุลาคม ผ่านกระบวนการ Learn • Build • Grow ตั้งแต่การค้นหาโอกาสทางธุรกิจ การวางโมเดลธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ หรือ MVP (Minimum Viable Product) การทดสอบกับผู้ใช้งานจริง การสร้างแบรนด์ การวางแผนทางการเงิน ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านการลงทุน โดยมีผู้เชี่ยวชาญและโค้ชเฉพาะด้าน ร่วมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทาง ก่อนนำสิ่งที่พัฒนามาตลอดโครงการขึ้นนำเสนอในเวที Venture Stage ซึ่งเป็นการจำลองสถานการณ์การนำเสนอธุรกิจต่อคณะกรรมการในบรรยากาศเสมือนการระดมทุนจริง เปิดโอกาสให้เยาวชนได้นำเสนอแนวคิด ตอบข้อซักถาม และรับข้อเสนอแนะเพื่อต่อยอดแนวคิดสู่การดำเนินธุรกิจจริง
 
 
ปีนี้ AFTERKLASS Young Entrepreneur KAMP 2026 ได้นำเยาวชนทั้ง 9 ทีม ที่ผ่านเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะเรียนรู้ เข้าร่วมเวิร์กชอป ควบคู่กับการลงมือพัฒนาธุรกิจของตัวเอง ตั้งแต่การนำไอเดียไปทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย รับฟังข้อเสนอแนะ และนำกลับมาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ให้คำปรึกษาจากธนาคารกสิกรไทยร่วมให้คำแนะนำ เพื่อช่วยให้แต่ละทีมมองเห็นโอกาส ข้อจำกัด และความเป็นไปได้ของธุรกิจ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ทำธุรกิจจริงก่อนก้าวสู่เวทีนำเสนอรอบสุดท้าย
 
 
นายรวี อ่างทอง ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายบูรณาการความยั่งยืนองค์การ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เราเชื่อว่าการเรียนรู้เรื่องผู้ประกอบการไม่ควรจบอยู่ที่การมีไอเดียหรือการนำเสนอแผนธุรกิจบนเวที แต่เยาวชนควรได้มีโอกาสลองทำจริง ได้พบกับลูกค้าจริง และเรียนรู้ว่าการสร้างธุรกิจต้องผ่านทั้งการทดลอง การปรับเปลี่ยน และการแก้ปัญหา ปีนี้เราจึงยกระดับ AFTERKLASS Young Entrepreneur KAMP 2026 ให้เป็นกระบวนการบ่มเพาะอย่างต่อเนื่องตลอด 3 เดือน เพื่อให้เยาวชนค่อย ๆ พัฒนาไอเดียให้กลายเป็นต้นแบบธุรกิจ ผ่านการเรียนรู้ ลงมือทำ ทดลองกับตลาด และรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน สิ่งที่เราอยากเห็นจึงไม่ใช่เพียงผลงานหนึ่งชิ้นเมื่อจบโครงการ แต่คือเยาวชนที่มีวิธีคิด ประสบการณ์ และความเข้าใจด้านการเงินและธุรกิจที่สามารถนำไปต่อยอดได้จริงในอนาคต
 
 
ในปีนี้ โครงการได้รับความสนใจจากทีมเยาวชนสมัครเข้าร่วมจำนวน 76 ทีม ก่อนคัดเลือกเหลือ 9 ทีมสุดท้ายเข้าสู่เส้นทางการพัฒนาอย่างเข้มข้นภายใต้แนวคิด Learn • Build • Grow โดยเยาวชนได้เรียนรู้การสร้างธุรกิจและวางรูปแบบรายได้ ประเมินความเป็นไปได้และจัดทำแผนธุรกิจ พัฒนาแบรนด์และออกแบบผลิตภัณฑ์ ตลอดจนสร้างและทดสอบผลิตภัณฑ์ต้นแบบ พร้อมเรียนรู้เรื่องการระดมทุนและการลงทุน รวมถึงฝึกสรุปแผนธุรกิจและนำเสนออย่างกระชับก่อนเข้าสู่เวที Venture Stage
 
 
ตลอดกระบวนการ เยาวชนทั้ง 9 ทีม จึงไม่ได้เพียงเรียนรู้ “วิธีคิดธุรกิจ” แต่ต้องนำความรู้ไปใช้กับไอเดียของตัวเองจริง ตั้งแต่การทำความเข้าใจลูกค้าและปัญหาที่ต้องการแก้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ การนำไปทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนการรับ Feedback เพื่อนำกลับมาปรับปรุงสินค้า บริการ และโมเดลธุรกิจให้มีความชัดเจนและเป็นไปได้มากขึ้น โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารกสิกรไทย บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล รวมถึงผู้ประกอบการจากหลากหลายสาขาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และให้คำแนะนำตลอดโครงการ
 
หลังผ่านการเรียนรู้ ทดลอง และพัฒนาธุรกิจตลอด 3 เดือน เยาวชนทั้ง 9 ทีมได้นำแผนธุรกิจพร้อมผลิตภัณฑ์ต้นแบบขึ้นนำเสนอในเวที Venture Stage โดยนำองค์ความรู้และผลลัพธ์จากการทดลองกับกลุ่มเป้าหมายมาแสดงให้เห็นถึงแนวคิดและความเป็นไปได้ของธุรกิจ พร้อมนำข้อเสนอแนะที่ได้รับไปใช้ปรับปรุงและวางแนวทางต่อยอดสู่ก้าวถัดไป
 
 
ผลการตัดสินปรากฏว่า มี 3 ทีมได้รับทุนสนับสนุน AFTERKLASS Seed Fund ระดับ 1st Honor ทีมละ 30,000 บาท ได้แก่
 
• ทีม “Poptus” เจ้าของไอเดีย “Poptus” ขนมถั่วลูกไก่อบกรอบ โปรตีนและไฟเบอร์สูง สำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ
 
• ทีม “Chip n Dale” เจ้าของผลงาน “PawDee” บ้านสัตว์เลี้ยงพกพาที่ช่วยลดเสียงรบกวนและสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง
 
• ทีม “BOOM” เจ้าของไอเดีย “Keeply” บริการรับฝากของถึงหน้าบ้าน ที่ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน
 
 
ทั้ง 3 แนวคิดสะท้อนมุมมองและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ในการมองเห็นปัญหาใกล้ตัวและพัฒนาเป็นแนวทางธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ขณะที่เงินทุน AFTERKLASS Seed Fund จะเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนให้เยาวชนสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้และพัฒนามาตลอดโครงการไปทดลองและต่อยอดสู่ก้าวถัดไปของธุรกิจ
 
นายรวี อ่างทอง กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญที่ AFTERKLASS ต้องการสร้างให้เกิดขึ้นกับเยาวชน ไม่ใช่เพียงความสามารถในการคิดค้นผลิตภัณฑ์หรือเขียนแผนธุรกิจ แต่คือกระบวนการคิดแบบผู้ประกอบการ ทั้งการมองเห็นปัญหา การคิดเชิงวิเคราะห์ การกล้าทดลองและลงมือทำ การรับฟัง Feedback การเรียนรู้จากสิ่งที่ไม่เป็นไปตามแผน ตลอดจนความเข้าใจด้านการเงิน ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาธุรกิจและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเส้นทางชีวิตของเยาวชนในอนาคต โดยเชื่อว่าประสบการณ์ตลอดระยะเวลา 3 เดือน จะช่วยให้เยาวชนแต่ละคนได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง พร้อมมีทั้งความรู้ ทักษะ และประสบการณ์จากการลงมือทำจริงติดตัวออกไป ไม่ว่าธุรกิจที่เริ่มต้นจากโครงการจะถูกต่อยอดในรูปแบบใด ประสบการณ์จากการคิด ทดลอง แก้ปัญหา และเรียนรู้จากตลาดจริง จะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการ และการสร้างคุณค่าให้แก่เศรษฐกิจและสังคมในอนาคต
 
AFTERKLASS Business KAMP จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ภายใต้แพลตฟอร์ม AFTERKLASS ของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งมุ่งส่งเสริมความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) และทักษะการใช้ชีวิตแก่เยาวชนไทย ผ่านการผสมผสานองค์ความรู้ทางการเงินเข้ากับความสนใจและศักยภาพของคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน พัฒนาทักษะผู้ประกอบการ และเตรียมความพร้อมให้เยาวชนสามารถก้าวสู่โลกอนาคตได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
 
ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมของ AFTERKLASS ได้ที่ www.afterklass.com หรือเฟซบุ๊ก AFTERKLASS
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 03 พ.ย. 2569 เวลา : 12:58:05
03-11-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (3 พ.ย.69) ลบ 2.34 จุด ดัชนี 1,504.86 จุด

2. พยากรณ์อากาศวันนี้ (3 พ.ย.69) ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางแห่ง "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก-ภาคใต้" ฝน 60% ภาคกลาง 40% ภาคเหนือ 30% ภาคอีสาน 20%

3. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (2 พ.ย.69) บวก 213.67 จุด ขานรับน้ำมัน-บอนด์ยีลด์ร่วง จับตาเลือกตั้งกลางเทอม-จ้างงานสหรัฐฯ

4. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (2 พ.ย.69 ) พุ่ง 70.70 ดอลลาร์ ขานรับราคาน้ำมันร่วง จับตาเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

5. MTS Gold คาดราคาทองคำเกิด Technical Rebound กว่า 80 เหรียญ หลังปรับตัวลงทำจุดต่ำสุดบริเวณ 3,870 เหรียญ ก่อนมีแรงซื้อกลับขึ้นมายืนเหนือ 3,950 เหรียญ

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.60 - 33.85 บาท/ดอลลาร์

7. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (3 พ.ย.69) ลบ 1.72 จุด ดัชนี 1,505.48 จุด

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (3 พ.ย.69) พุ่งขึ้น 650 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 63,850 บาท

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (3 พ.ย.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.70 บาทต่อดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้(2 พ.ย.69) ลบ 11.39 จุด ดัชนี 1,507.20 จุด

11. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกเผชิญแรงขายรุนแรงในช่วงตลาด COMEX หลังหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 3,950 เหรียญ และทำจุดต่ำสุดใหม่ของปีบริเวณ 3,870 เหรียญ

12. ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.40-34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตาทิศทางดอกเบี้ย Fed และปัจจัยเศรษฐกิจโลก

13. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (2 พ.ย.69) ลบ 5.90 จุด ดัชนี 1,512.69 จุด

14. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.50-34.00 ลุ้นผลเลือกตั้งและข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ

15. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.60 - 33.85 บาท/ดอลลาร์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 3, 2026, 2:42 pm