หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งขึ้น คลาย Overhang การเมืองสหรัฐฯ"


คาด SET แกว่งขึ้นต่อ ภายหลังตลาดคลาย Overhang ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ มีความชัดเจน ส่วนราคาน้ำมันปรับลงแรง แม้กดดันต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำแต่หนุน Sentiment ภาพรวม โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม Anti-Oil ขณะที่กระแส Fund Flow แม้จะมีการสลับขายออกมาบ้างแต่คาดว่าน่าจะกลับมามีทิศทางที่ดีขึ้น  ประเด็นวันนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ ต.ค. ของไทย รวมทั้งการประกาศงบ 3Q26 ทางเทคนิคดัชนีดีดรีบาวด์ แท่งเทียนทำรูปแบบ Hammer หากยืนเหนือ 1500 จุด ได้คาดปรับขึ้นต่อ  

ประเด็นสำคัญ

• ราคาน้ำมันดิบ Brent ลบ 8.7%DoD ปิดที่ $94.62/bbl หลังพรรคเดโมแครตครองเสียงส่วนมากในสภาสูง (54-44 ที่นั่ง) และสภาล่าง (228-139 ที่นั่ง) ทำให้คาดหวังสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยุติลงเร็วขึ้น หนุนบรรยากาศลงทุนในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโลก อีกทั้ง ปธน. ทรัมป์ยังประกาศลดเงินสนับสนุนบางส่วนให้อิสราเอล และยังไม่มีแผนโจมตีอิหร่านในทันที มองบวกต่อกลุ่ม Anti-Oil (GPSC BGRIM THAI AAV BA) แต่มองลบต่อกลุ่มพลังงาน (PTTEP TOP SPRC BCP)

• กกร. เพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2026 เป็น 2.4-2.6% (เดิม 2.1-2.5%) จากการส่งออกที่คาดเติบโต 18-22% (เดิม 12-16%) หลังพบ MPI ช่วง 9M26 ขยายตัว 2.6% ผ่านสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีที่เติบโต 18.9% สะท้อนภาพ AI Supercycle ที่ไหลเข้าภาคการผลิตจริง มองบวกต่อกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์  (HANA KCE DELTA)

• รมว.คลัง ย้ำรักษาวินัยการคลัง ไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะเกิน 70% ต่อ GDP ซึ่งอาจจำกัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต แต่ในฝั่งการลงทุน รมว.คลัง เตรียมจับมือ BOI บินโรดโชว์ญี่ปุ่น (18-20 พ.ย.) เพื่อดึงค่ายชิปชั้นนำและ 6 ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ลงทุนในไทย หวังกระตุ้นเม็ดเงิน FDI เข้าสู่ไทย มองบวกต่อกลุ่มนิคม (WHA AMATA)

• กบน. มีมติลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ลง 0.70 บาทต่อลิตร ยกเว้น E85 มีผล 5 พ.ย. 2026 ขณะที่ดีเซลคงราคาเดิม เนื่องจากยังคงชดเชยดีเซล B7 เหลือ 3.33 บาท และ B20 เหลือ 5.36 บาท การผ่อนปรนภาระรายจ่ายนี้ดีต่อกำลังซื้อและคุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มรากหญ้า มองบวกต่อกลุ่มไฟแนนซ์ (MTC SAWAD TIDLOR)

• ธอส. เผยยอดลงทะเบียนขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในโครงการบ้านคนละหลังพลัสได้รับกระแสตอบรับดี มียอดลงทะเบียน 11,430 ราย วงเงิน 3.23 หมื่นลบ. หรือ 68% ของกรอบวงเงิน สะท้อนอุปสงค์จริงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีตัวคูณทางเศรษฐกิจสูง มองบวกต่อกลุ่มพัฒนาอสังหาฯ (AP SIRI SPALI)

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัว Sideways โดยผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่พรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จทั้งสภาสูงและสภาล่าง ได้ช่วยลดความกังวลด้านความผันผวนของนโยบายทางการเมืองลง เปิดโอกาสให้ Fund Flow ไหลกลับเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยง รวมทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังมีแนวโน้มคลี่คลายลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญจำกัด Downside ของตลาด ขณะที่การประชุม BoE ตลาดคาดมีมติขึ้นดอกเบี้ย ส่วนปัจจัยในประเทศคาดตลาดยังให้น้ำหนักกับการทยอยประกาศงบ 3Q26 ของ บจ. ในกลุ่ม Real Sector และติดตาม ครม. พิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy  

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET จะเคลื่อนไหว Sideways หลังพรรคเดโมแครตชนะผลการเลือกตั้งกลางเทอมช่วยลดความเสี่ยงด้านนโยบายและความตึงเครียดในตะวันออกกลางคาดจะจำกัดลง ส่วนในประเทศคาดตลาดจะให้น้ำหนักกับการประกาศงบ 3Q26 กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. Earnings Momentum Play เก็งกำไรระยะสั้นรับปัจจัยบวกเฉพาะตัวในสัปดาห์นี้ สำหรับหุ้นที่คาดจะประกาศผลประกอบการ 3Q26 เติบโต YoY หรือ QoQ อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ TRUE TU GULF KCE OR TIDLOR 

2. FDI & Tech-Infra Play ซึ่งได้อานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนในประเทศที่เร่งตัวขึ้น และแผนปรับโครงสร้างสู่พลังงานสะอาดของภาครัฐ รวมทั้งเก็งกำไรจากความคืบหน้า ครม. เตรียมพิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) และกลุ่มพลังงานหมุนเวียน (GULF GPSC GUNKUL)

3. Geopolitical Relief Play สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรระยะสั้น หากผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ออกมาในรูปแบบรัฐบาลแบ่งแยก (Divided Government) คาดจะช่วยให้ตลาดคลายกังวลต่อปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ลงได้บ้าง ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานปรับลง และหนุนการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในตะวันออกกลาง ได้แก่ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) การแพทย์ (BH BDMS)

4. Laggard & Earnings Play ซึ่งเน้นความปลอดภัยโดยโฟกัสหุ้นที่คาดกำไร 3Q26 จะเติบโตแกร่งทั้ง YoY และ QoQ ควบคู่กับราคาหุ้นบนกระดานที่ยัง Laggard เพื่อรับ Margin of Safety ที่สูง และมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ได้แก่ AOT AP BCH BDMS CPN TRUE TU

Daily Top Picks

AOT: ปัจจัยสนับสนุนจากความตึงเครียดสงครามที่มีแนวโน้มลดลง หนุนบรรยากาศการเดินทาง ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยกำลังฟื้นตัวตามฤดูกาล คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 4QFY26 (ก.ค.-ก.ย. 2026) และเร่งตัวขึ้นใน FY2027 ตามภาคท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวและการปรับขึ้นค่า PSC เป้าหมายระยะสั้นที่ 61.50 บาท

CRC: ปัจจัยสนับสนุนจากแรงกดดันต่อเศรษฐกิจมหภาคที่ลดลง สนับสนุนบรรยากาศการบริโภค คาดกำไรปกติใน 3Q26F ที่ 1.78 พันลบ. (+37%YoY และ +4%QoQ) จาก SSS ที่เป็นบวกและเติบโตแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มค้าปลีก และคาดจะเติบโตต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q26F เป้าหมายระยะสั้นที่ 33.00 บาท
 

 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 พ.ย. 2569 เวลา : 12:09:48
05-11-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวขึ้นกว่า 3% หรือกว่า 130 เหรียญ นับเป็นการปรับขึ้นรายวันที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่กลางเดือน ส.ค. โดยเช้านี้ราคาปรับขึ้นต่อแตะบริเวณ 4,135 เหรียญ

2. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.35 - 33.60 บาท/ดอลลาร์

3. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (4 พ.ย.69) พุ่ง 132.60 เหรียญ รับแรงหนุนดอลลาร์อ่อนค่า หลังเดโมแครตชนะเลือกตั้งท่วมท้น

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (4 พ.ย.69) พุ่ง 1,569.40 จุด ขานรับเดโมแครตชนะเลือกตั้ง เปลี่ยนขั้วอำนาจในสภาคองเกรส

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (5 พ.ย.69) ประเทศไทยตอนบนอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง "กรุงเทพปริมณฑล และทุกภาค" ฝน 60% เว้นภาคเหนือ 40%

6. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (5 พ.ย.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.59 บาทต่อดอลลาร์

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (5 พ.ย.69) พุ่งขึ้นแรง 1,100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,300 บาท

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (5 พ.ย.69) ลบ 10.13 จุด ดัชนี 1,491.96 จุด

9. กบน.ปรับลดราคากลุ่มน้ำมันเบนซิน 0.70บาทต่อลิตร ยกเว้นแก๊สโซฮอล E85 รับทิศทางตลาดน้ำมันโลกปรับตัวลดลง มีผล 5 พ.ย.69

10. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (4 พ.ย.69) บวก 11.08 จุด ดัชนี 1,502.09 จุด

11. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (4 พ.ย.69) ลบ 1.35 จุด ดัชนี 1,489.66 จุด

12. MTS Gold คาดราคาทองคำยังสามารถทรงตัวเหนือระดับ 3,900 เหรียญ ได้เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน หลังเมื่อวานปรับตัวลงทดสอบบริเวณดังกล่าวก่อนมีแรงซื้อกลับ

13. ทองเปิดตลาดวันนี้ (4 พ.ย.69) พุ่งขึ้น 450 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 63,750 บาท

14. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (4 พ.ย.69) ลบ 4.82 จุด ดัชนี 1,486.19 จุด

15. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (3 พ.ย.69) ร่วง 197.26 จุด ผิดหวังผลประกอบการ Apple, Nasdaq ฟื้นตัว พุ่ง 207.65 จุด จากแรงซื้อหุ้น AI

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 5, 2026, 12:42 pm