หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET แกว่งลง ปัจจัยภายนอกกดดัน"


 

คาด SET แกว่งลงตามภูมิภาค แรงขายในหุ้น Tech โลกอาจกดดันหุ้นกลุ่มอิเล็กฯ ต่อเนื่อง ขณะที่ราคาน้ำมันพลิกมาดีดตัวขึ้นหลังจากมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย ระยะสั้นหนุนหุ้นพลังงานต้นน้ำแต่กดดันต่อ Sentiment โดยรวม ประกอบกับอาจมีแรงขายลดความเสี่ยงในช่วงสุดสัปดาห์ ทำให้ตลาดยังมีความผันผวนสูง ประเด็นวันนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ ต.ค. ของไทย รวมทั้งการประกาศงบ 3Q26 ทางเทคนิคดัชนีถอยกลับมาหลุดต่ำกว่า 1500 จุดเล็กน้อย ทำให้ภาพการปรับขึ้นยังไม่ชัดเจน

ประเด็นสำคัญ

• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก โดยดัชนี Nasdaq ปรับลงแรง 5.5%DoD เข้าสู่ภาวะปรับฐาน หลังนักลงทุนกังวลว่าชัยชนะของพรรคเดโมแครตจะนำไปสู่นโยบายคุมอุตสาหกรรม AI ที่เข้มงวดขึ้น ทั้งข้อจำกัดด้าน Data Center และการยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษี การดิ่งลงของหุ้นกลุ่มชิปโลกมองเป็น Sentiment ลบต่อบรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE)

• ราคาน้ำมันโลกเผชิญความผันผวนหนัก โดย Brent ปรับขึ้น 3.8% แตะ $98.29/bbl  รับข่าวเรือบรรทุกน้ำมันไฟไหม้ในช่องแคบฮอร์มุซและถูกโจมตีรวมกว่า 5 ลำ ระยะสั้นมองบวกต่อการเก็งกำไรกลุ่มพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) แต่ภาพใหญ่ของสหรัฐฯ ส.ส.รีพับลิกันเตรียมชงถอดถอน รมว.กลาโหม หลังแพ้เลือกตั้งกลางเทอมจากแผนลุยอิหร่าน ถือเป็นสัญญาณลบต่อราคาน้ำมันและกลุ่มพลังงานต้นน้ำในระยะกลาง

• S&P Global Ratings คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ BBB+ และคง Outlook ที่ Stable สะท้อนความเชื่อมั่นต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่มุ่งสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการรักษาวินัยทางการคลังอย่างเคร่งครัด โดยปี 2026–2029 คาด GDP ไทยจะเติบโตเฉลี่ย 2.4% ขณะที่กรอบหนี้สาธารณะมีแนวโน้มลดลง สะท้อนวินัยการคลังแกร่ง ระยะกลางมองบวกต่อความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นไทย

• คลังเผยกำลังเปลี่ยนเกณฑ์ Local Content ของรถ EV มาเป็นเกณฑ์ MiT ที่นับเฉพาะชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์ที่ผลิตในไทยจริง โดยตั้งเป้าสัดส่วนไว้ราว 40% ซึ่งโครงสร้างภาษีมี 3 ระดับ คือ 10% สำหรับรถที่ผลิตในไทยและผ่านเกณฑ์ MiT, 15–20% สำหรับรถที่ประกอบในไทยแต่ยังไม่ผ่านเกณฑ์ และ 35% สำหรับรถนำเข้าทั้งคัน มองบวกต่อกลุ่มยานยนต์ (AH SAT STANLY) และกลุ่มนิคม (WHA AMATA)

• กบน. มีมติลดราคาขายปลีกดีเซล B7 และกลุ่มเบนซิน 0.75 และ 1.00 บาท/ลิตร มีผลตั้งแต่วันนี้ ทำให้ต้นทุนประกอบธุรกิจลดลงและสนับสนุนกำลังซื้อในประเทศ มองบวกต่อกลุ่มค้าปลีกน้ำมัน (OR), ค้าปลีก (CPALL BJC CRC) และไฟแนนซ์ (MTC TIDLOR SAWAD)

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัว Sideways โดยผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่พรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จทั้งสภาสูงและสภาล่าง ได้ช่วยลดความกังวลด้านความผันผวนของนโยบายทางการเมืองลง เปิดโอกาสให้ Fund Flow ไหลกลับเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยง รวมทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังมีแนวโน้มคลี่คลายลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญจำกัด Downside ของตลาด ขณะที่การประชุม BoE ตลาดคาดมีมติขึ้นดอกเบี้ย ส่วนปัจจัยในประเทศคาดตลาดยังให้น้ำหนักกับการทยอยประกาศงบ 3Q26 ของ บจ. ในกลุ่ม Real Sector และติดตาม ครม. พิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy  

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET จะเคลื่อนไหว Sideways หลังพรรคเดโมแครตชนะผลการเลือกตั้งกลางเทอมช่วยลดความเสี่ยงด้านนโยบายและความตึงเครียดในตะวันออกกลางคาดจะจำกัดลง ส่วนในประเทศคาดตลาดจะให้น้ำหนักกับการประกาศงบ 3Q26 กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ Selective Buy โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

1. Earnings Momentum Play เก็งกำไรระยะสั้นรับปัจจัยบวกเฉพาะตัวในสัปดาห์นี้ สำหรับหุ้นที่คาดจะประกาศผลประกอบการ 3Q26 เติบโต YoY หรือ QoQ อีกทั้งเราแนะนำ Outperform ได้แก่ TRUE TU GULF KCE OR TIDLOR 

2. FDI & Tech-Infra Play ซึ่งได้อานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนในประเทศที่เร่งตัวขึ้น และแผนปรับโครงสร้างสู่พลังงานสะอาดของภาครัฐ รวมทั้งเก็งกำไรจากความคืบหน้า ครม. เตรียมพิจารณาอนุมัติหลักเกณฑ์ดูแลกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) และกลุ่มพลังงานหมุนเวียน (GULF GPSC GUNKUL)

3. Geopolitical Relief Play สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรระยะสั้น หากผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ออกมาในรูปแบบรัฐบาลแบ่งแยก (Divided Government) คาดจะช่วยให้ตลาดคลายกังวลต่อปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ลงได้บ้าง ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานปรับลง และหนุนการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อในตะวันออกกลาง ได้แก่ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC BGRIM) การแพทย์ (BH BDMS)

4. Laggard & Earnings Play ซึ่งเน้นความปลอดภัยโดยโฟกัสหุ้นที่คาดกำไร 3Q26 จะเติบโตแกร่งทั้ง YoY และ QoQ ควบคู่กับราคาหุ้นบนกระดานที่ยัง Laggard เพื่อรับ Margin of Safety ที่สูง และมีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง ได้แก่ AOT AP BCH BDMS CPN TRUE TU

Daily Top Picks

BDMS: คาดได้รับผลกระทบจำกัดต่อปัจจัยภายนอก ผลประกอบการ 3Q26F คาดจะพลิกเติบโตอีกครั้ง คาดกำไรปกติที่ 4.7 พันลบ. (+8%YoY และ +47%QoQ) จากความต้องการใช้บริการการแพทย์คงค้างที่กลับมาและปัจจัยตามฤดูกาล และ EBITDA Margin ที่ดีขึ้น มองกำไรจะเติบโตต่อเนื่องถึงใน 4Q26 เป้าหมายระยะสั้นที่ 20.40 บาท

TRUE: คาดได้รับผลกระทบจำกัดจากปัจจัยภายนอก คาดผลประกอบการมีแนวโน้มดีต่อเนื่องใน 4Q26 ธุรกิจได้รับผลกระทบจำกัดจากวิกฤตอุทกภัยที่ยังไม่พบปัญหาการชำระเงินของผู้ใช้บริการ ทำให้ ARPU คงมีแนวโน้มที่ดี และได้ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.16 บาท/หุ้น (Div. Yield 1.2%) ขึ้น XD วันที่ 13 พ.ย. เป้าหมายระยะสั้นที่ 13.50 บาท
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 06 พ.ย. 2569 เวลา : 13:15:14
06-11-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. น้ำประปาไหลอ่อนถึงไม่ไหล บริเวณคลองลาดลำภู ถนนพระรามที่ 2

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (6 พ.ย.69) ลบ 32.29 จุด ดัชนี 1,465.70 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (6 พ.ย.69) ลบ 24.14 จุด ดัชนี 1,473.85 จุด

4. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.35 - 33.60 บาท/ดอลลาร์

5. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกเผชิญแรงขายทำกำไร หลังฟื้นตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 4,146 ก่อนลดช่วงบวกและหลุดระดับ 4,100 เหรียญ

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (5 พ.ย.69) พุ่ง 40.50 เหรียญ อานิสงส์ดอลลาร์อ่อนค่า-บอนด์ยีลด์ร่วง

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (5 พ.ย.69) ร่วงหนัก 1,833.06 จุด , Nasdaq ดิ่งแรงรุนแรงสุดในรอบ 19 เดือน กังวลเดโมแครตคุมเข้ม AI

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (6 พ.ย.69) ร่วงลง 850 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 65,200 บาท

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (6 พ.ย.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.46 บาทต่อดอลลาร์

10. พยากรณ์อากาศวันนี้ (6 พ.ย.69) ประเทศไทยตอนบนมีสภาพอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง" ฝนตกหนัก 70% ภาคเหนือ-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ 60% ภาคอีสาน 40%

11. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (6 พ.ย.69) ลบ 18.63 จุด ดัชนี 1,479.36 จุด

12. น้ำประปาไหลอ่อนถึงไม่ไหล ถนนกาญจนาภิเษก (ด้านตะวันตก)

13. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (5 พ.ย.69) ลบ 4.10 จุด ดัชนี 1,497.99 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (5 พ.ย.69) ลบ 8.23 จุด ดัชนี 1,493.86 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวขึ้นกว่า 3% หรือกว่า 130 เหรียญ นับเป็นการปรับขึ้นรายวันที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่กลางเดือน ส.ค. โดยเช้านี้ราคาปรับขึ้นต่อแตะบริเวณ 4,135 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ November 6, 2026, 8:00 pm