กองทุนรวม
MFC ส่งกองทุน MGPROP ลงทุนอสังหาฯ ทั่วโลก รับเทรนด์การเติบโต AI - Healthcare ขาย IPO 6 - 14 มี.ค 67


บลจ.เอ็มเอฟซี เปิดขาย "กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี โกลบอล พร็อพเพอร์ตี้ อิควิตี้ ฟันด์ (MGPROP)  "พลิกโฉมการลงทุุนอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ เกาะกระแส  AI - Healthcare  สร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว” ผ่านการลงทุนในกองทุนหลัก PGIM Global Select Real Estate Securities Fund บริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญการจัดการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ มีผลการดำเนินงานโดดเด่น เฟ้นหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานแกร่ง 30-45 บริษัท กระจายลงทุนหลายภูมิภาคและหลากธุรกิจ เปิดขายครั้งแรก (IPO) ระหว่าง 6-14 มีนาคม 2567
 
 
นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) MFC ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการกองทุนคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ เปิดเผยว่า บลจ.เอ็มเอฟซี เตรียมเสนอขาย “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี โกลบอล พร็อพเพอร์ตี้ อิควิตี้ ฟันด์ (MGPROP)” ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก กระจายการลงทุนในหลากหลายธุรกิจ แบบ Valuation-Focus โดย เน้นลงทุนในหุ้นที่มีราคาเหมาะสม เพื่อสร้างโอกาสผลตอบแทนที่ดี รวมถึงหุ้นธุรกิจ Data Centers ที่เติบโตสูงในระยะยาวและเกาะกระแส AI และหุ้นธุรกิจที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ที่รองรับความต้องการสังคมผู้สูงวัย โดยกำหนดเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่  6-14 มีนาคม 2567 ลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท ทั้งทางเลือกลงทุนชนิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติ (MGPROP-AR) ไม่เกินปีละ 4 ครั้ง และชนิดสะสมมูลค่า (MGPROP-AC) 
 
กองทุน MGPROP มีนโยบายการลงทุนในกองทุน PGIM Global Select Real Estate Securities Fund (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว โดย PGIM, Inc. เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดมีประสบการณ์มากกว่า 50 ปี  รวมทั้งกองทุนหลักยังได้รับ Overall Morningstar Rating 5 ดาว และ Refinitiv Lipper Fund Awards ประเภท 2023 Winner Europe  โดยนโยบายของกองทุนหลักจะเน้นลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่ใกล้เคียงกับตราสารทุนของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกซึ่งจดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ผู้จัดการกองทุนคัดเลือกหลักทรัพย์รายตัว จากการประเมินมูลค่าพื้นฐานของสินทรัพย์ รวมถึงการวิเคราะห์คุณภาพของกระแสเงินสดของสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ ความยั่งยืน และการเติบโตของเงินปันผลของบริษัท  นอกจากนี้กองทุนหลักจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) 
 
จุดเด่นของกองทุน MGPROP หาโอกาสลงทุนอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก (REITs) ในหลายกลุ่มธุรกิจ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรม (Industrial), อพาร์ทเมนต์ (Apartment), บริการดูแลสุขภาพ (Healthcare), ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ศูนย์การค้า (Mall), พื้นที่จัดเก็บ (Storage) และสำนักงาน (Office) เป็นต้น  
กองทุนหลักจะคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ดีที่สุด 30-45 บริษัท ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ผลประกอบการดีและสามารถสร้างกระแสเงินสด (Income) อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้กระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์ของ PGIM จะพิจารณา Bottom-up โดยมีกระบวนการ ESG Approach ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและสามารถเข้าถึงข้อมูลตลาดได้อย่างรวดเร็วจากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกของ PGIM 
 
นายธนโชติ กล่าวว่า การลงทุนใน REITs มีความน่าสนใจ จากราคาตลาดที่ถูกเมื่อเทียบกับมูลค่าสินทรัพย์ ตั้งแต่ปี 2022 ราคา REITs ได้ถูกกดดันจากเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามวัฏจักรอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ประกอบกับการฟื้นตัวของรายได้จาก REITs หลังการหยุดชะงักของธุรกิจจาก COVID-19 และแนวโน้มที่ดีขึ้นของอัตราการเข้าอยู่ (Occupancy Level) และการเติบโตของค่าเช่า (Rental Growth) ดังนั้นจึงเป็นโอกาสการลงทุนใน REITs ที่คาดว่าราคา REITs จะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งและให้ผลตอบแทนที่ดี
 
"จากสถิติผลการดำเนินงานของ REIT เทียบกับ S&P500 ในช่วง 12 เดือนหลังจากการหยุดขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ พบว่า REIT ให้ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีหุ้นสหรัฐ S&P500 เฉลี่ยกว่า 5% และการลงทุนใน REITs ให้ผลตอบแทน (Absolute Return) เฉลี่ยประมาณ 19%"
 
"กองทุน MGPROP ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุนหุ้นอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ ที่ไม่ได้ลงทุนแค่บ้านและสำนักงาน แต่เพิ่มการลงทุนในธุรกิจที่ตอบโจทย์เทรนด์ปัจจุบันและอนาคต อย่างบ้านพักผู้สูงอายุและ Data Center ที่จะมาขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโตไปอีก" นายธนโชติ กล่าว
นอกจากนี้ กองทุนหลักมีการบริหารจัดการในเชิงรุกและจากประสบการณ์การลงทุนทั่วโลกและมีความรู้เกี่ยวกับตลาดภายในประเทศต่างๆ จึงมีความได้เปรียบในเชิงแข่งขันและบริหารจัดการพอร์ตได้เหมาะสม เนื่องจากผลตอบแทนของ REITs ในหลากหลายภูมิภาคและในหลากหลายประเภทยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับแนวโน้มจะมีการควบรวมกิจการ (M&A) ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งความได้เปรียบด้านข้อมูลช่วยให้  PGIM Real Estate สามารถสร้างผลตอบแทนในอันดับต้นๆอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับคู่แข่งนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน  PGIM เชื่อว่า ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการปรับฐานครั้งใหญ่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งบริษัทที่มีเงินทุนในปริมาณที่เหมาะสมจะสามารถเลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจในราคาที่สมเหตุสมผล
 
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน กองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และ/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก ผู้ลงทุนสามารถขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) โทรศัพท์ 0-2649-2000 ติดต่อฝ่ายวางแผนการลงทุน กด 2 หรือ Contact Center กด 0 สาขาแจ้งวัฒนะ โทร.0-2835-3055-57 สาขาปิ่นเกล้า โทร. 0-2014-3150-2 สาขาขอนแก่น โทร.043-204-014-16 สาขาเชียงใหม่ โทร. 0-5321-8480-82 สาขาระยอง โทร. 033-100-340 สาขาหาดใหญ่ โทร. 074-232-324-25 หรือที่ www.mfcfund.com 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 06 มี.ค. 2567 เวลา : 11:16:32
29-05-2024
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นปิด(29 พ.ค.67) ลบ 12.87 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,349.83 จุด

2. ประกาศ กปน.: 5 มิ.ย. 67 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนชัยพฤกษ์

3. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (29 พ.ค.67) ดัชนีอยู่ที่ 1,358.31 จุด ลบ 4.39 จุด

4. MTS Gold คาดว่าจะมีแนวรับที่ระดับ 2,345 เหรียญ และแนวต้านที่ระดับ 2,365 เหรียญ

5. ดัชนีดาวโจนส์ ปิดเมื่อคืน (28 พ.ค.67) ร่วง 216.73 จุด เหตุบอนด์ยีลด์พุ่ง

6. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 36.55-36.75 บาท/ดอลลาร์

7. ทองเปิดตลาด (29 พ.ค. 67) พุ่งขึ้น 250 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 41,400 บาท

8. ตลาดหุ้นไทยเปิด (29 พ.ค.67) บวก 1.15 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,363.85 จุด

9. ทองนิวยอร์ก ปิดเมื่อคืน (28 พ.ค.67) บวก 22 เหรียญ รับแรงหนุนดอลลาร์อ่อนค่า

10. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (29 พ.ค.67) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 36.62 บาทต่อดอลลาร์

11. มรสุมพัดปกคลุมประเทศไทย ส่งผลฝนฟ้าคะนองในภาคเหนือ 60% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 40% ภาคอีสาน 30% ภาคใต้ 20-30%

12. ตลาดหุ้นปิด (28 พ.ค.67) ลบ 3.67 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,362.70 จุด

13. MTS Gold ภาพรวมยังคงเป็นลักษณะของการทรงตัวในกรอบ Sideways ระหว่างแนวรับ 2,330 เหรียญ และแนวต้าน 2,365 เหรียญ

14. ตลาดหุ้นปิด (27 พ.ค.67) บวก 1.89 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,366.37 จุด

15. ตลาดหุ้นปิดภาคเช้า (27 พ.ค.67) ลบ 1.01 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,363.47 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ May 29, 2024, 7:06 pm