เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
คลังเผยผลการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน ครั้งที่ 13


นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงว่า ในระหว่างวันที่ 9 - 10 เมษายน 2569 นายลวรณ  แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน (ASEAN Finance Ministers and Central Bank Governors’ Meeting: AFMGM) ครั้งที่ 13 การประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ASEAN Finance Ministers’ Meeting: AFMM) ครั้งที่ 30 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (การประชุมฯ) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (ฟิลิปปินส์) และผู้ว่าการธนาคารกลางฟิลิปปินส์ เป็นประธานร่วมของกรอบความร่วมมือการเงินการคลังอาเซียน (ASEAN Finance Track) ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิดหลัก “การนำร่องสู่อนาคตร่วมกัน” (“Navigating our Future, Together”) ทั้งนี้ มีรายละเอียดการประชุมฯ ดังนี้


1. การประชุม AFMM ครั้งที่ 30 ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าของความร่วมมือทางการเงินการคลังอาเซียนในประเด็นต่าง ๆ เช่น ความร่วมมือด้านศุลกากร ความร่วมมือด้านภาษี เป็นต้น ทั้งนี้ ได้หารือถึงความสำเร็จการดำเนินการตามความตกลงยอมรับร่วมผู้ประกอบการเศรษฐกิจที่ได้รับอนุญาตของอาเซียน (ASEAN Authorised Economic Operator Mutual Recognition Arrangement: AAMRA) ซึ่งได้เสริมสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานผ่านการลดขั้นตอนและความซ้ำซ้อนด้วยการยอมรับการรับรองความน่าเชื่อถือด้านความปลอดภัยของผู้ประกอบการระหว่างประเทศสมาชิก และความก้าวหน้าของระบบเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว ของอาเซียน (ASEAN Single Window: ASW) ซึ่งจะขยายการเชื่องโยงไปยังประเทศภายนอกอาเซียน

ในการนี้ หัวหน้าคณะผู้แทนไทยได้กล่าวว่า ณ ปัจจุบัน อาเซียนต้องเผชิญกับความผันผวนเชิงภูมิรัฐศาสตร์และความเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายของประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือ จึงเป็นโอกาสสำหรับอาเซียนที่จะหันมาพึ่งพาตนเองให้มากขึ้น โดยเฉพาะในการดำเนินโครงการต่าง ๆ ภายใต้กรอบ ASEAN Finance Track เพื่อจะได้สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยไทยได้ยืนยันว่าไทยพร้อมจะร่วมมือกับประเทศสมาชิก เพื่อขับเคลื่อนการรวมตัวของอาเซียนให้มีความเป็นอิสระ มีความเชื่อมโยง และมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นในระยะยาว

2. การประชุม AFMGM ครั้งที่ 13 ได้เห็นชอบประเด็นสำคัญที่ฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน ประสงค์ที่จะผลักดันในปี 2569 (Priority Economic Deliverables for 2026: PEDs) ในด้านการเงินการคลัง ซึ่งประกอบด้วย (1) การสนับสนุนตลาดทุนอาเซียนที่ยั่งยืน (2) การยกระดับความเชื่อมโยงของระบบการชำระเงินระดับภูมิภาคของอาเซียน และ (3) การส่งเสริมสุขภาพทางการเงินและการเข้าถึงบริการทางการเงิน

ที่ประชุมหารือถึงความสำเร็จของแผนงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ค.ศ. 2025 ในภาคการเงิน ซึ่งได้ดำเนินกิจกรรมการยกระดับการรวมตัวทางการเงินอาเซียนแล้วเสร็จกว่าร้อยละ 87.38 ของแผนงาน หรือ 3,379 รายการ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับรองแผนการดำเนินงานภาคส่วนด้านการเงินอาเซียน ค.ศ. 2026 - 2030 (ASEAN Finance Sectoral Plan 2026 - 2030) เพื่อต่อยอดจากความสำเร็จดังกล่าว ผ่านแผนยุทธศาสตร์ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ค.ศ. 2026 - 2030 (2026 - 2030 AEC Strategic Plan) ซึ่งจะมีการทบทวนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องระหว่างช่วงการดำเนินงานเพื่อสร้างอาเซียนที่ “ยืดหยุ่น มีนวัตกรรม มีพลวัต และมีคนเป็นศูนย์กลาง”

3. การประชุมระหว่าง AFMGM กับสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ที่ประชุมได้หารือภาพรวมเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค ร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) กลุ่มธนาคารโลก (The World Bank Group: WB) และธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) โดยเห็นว่า ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนทางการเงิน และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจควบคู่กับการเสริมสร้างวินัยการคลังและความยืดหยุ่นในระยะยาว นอกจากนี้ สถาบันการเงินระหว่างประเทศได้แสดงความพร้อมสนับสนุนการลงทุนในอาเซียน ทั้งด้านนโยบาย เงินทุน และการพัฒนาโครงการ

ในการนี้ หัวหน้าผู้แทนไทยได้กล่าวว่า การยกระดับประสิทธิภาพการลงทุนภาครัฐและการส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงินเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคสู่ระยะการพัฒนาที่สูงขึ้นโดยจำเป็นต้องมีกรอบวินัยการคลังและธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนมีบทบาทผ่านกลไกต่าง ๆ เช่น การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน เป็นต้น

หัวหน้าผู้แทนไทยยังได้ใช้โอกาสดังกล่าวเชิญชวนประเทศสมาชิกและสถาบันการเงินระหว่างประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมการประชุมประจำปีของ IMF และ WB ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” เพื่อร่วมกันต่อยอดการหารือในประเด็นสำคัญทางเศรษฐกิจของโลกและภูมิภาคต่อไป

สำหรับการประชุม AFMM และ AFMGM ครั้งถัดไป มีกำหนดจะจัดขึ้นในปี 2570 โดยมีสาธารณรัฐสิงคโปร์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 17 เม.ย. 2569 เวลา : 15:09:44
17-09-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (17 ก.ย.69) บวก 20.61 จุด ดัชนี 1,583.34 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (17 ก.ย.69) บวก 16.77 จุด ดัชนี 1,579.50 จุด

3. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (16 ก.ย.69) บวก 54.70 ดอลลาร์ ก่อนตลาดรู้ผลประชุมเฟดขึ้นดอกเบี้ย

4. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (16 ก.ย.69) ร่วง 631.21 จุด หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ส่งสัญญาณปรับขึ้นอีกปีนี้

5. MTS Gold คาดราคาทองคำเผชิญแรงขายหนัก ส่งผลให้ราคาร่วงกว่า 130 เหรียญ ลงทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,235 เหรียญ ก่อนมีแรงซื้อกลับขึ้นมาบริเวณ 4,300 เหรียญ ในช่วงเช้าวันนี้

6. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (17 ก.ย.69) บวก 15.91 จุด ดัชนี 1,578.64 จุด

7. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (17 ก.ย.69) บวก 15.91 จุด ดัชนี 1,578.64 จุด

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (17 ก.ย.69) ร่วง 350 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 68,850 บาท

9. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-33.55 บาท/ดอลลาร์

10. พยากรณ์อากาศวันนี้ (17 ก.ย.69) อุตุฯ เตือน "กรุงเทพปริมณฑล และทุกภาคทั่วไทย" ฝนตกหนัก 70% เว้นภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 60% เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (17 ก.ย.69) อ่อนค่าลง ที่ระดับ 33.39 บาทต่อดอลลาร์

12. ประกาศ กปน.: 21 ก.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนติวานนท์

13. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (16 ก.ย.69) ลบ 15.93 จุด ดัชนี 1,562.73 จุด

14. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (16 ก.ย.69) ลบ 7.01 จุด ดัชนี 1,571.65 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องและยังเคลื่อนไหวต่ำกว่า 4,300 เหรียญ หลังลงทดสอบบริเวณ 4,260 เหรียญ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 6 สัปดาห์

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 17, 2026, 6:12 pm