หุ้นทอง
ก.ล.ต.กล่าวโทษบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) กรณีระบบงาน KYC/CDD มีข้อบกพร่อง


 

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) (FSS) หรือ บล.ฟินันเซีย ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ในความผิดกรณีระบบงานในการทำความรู้จักลูกค้าและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Know Your Customer/Customer Due Diligence: KYC/CDD) ไม่รัดกุมเพียงพอที่จะทำให้มั่นใจได้ว่า บล. ฟินันเซีย รู้จักและสามารถระบุตัวตนที่แท้จริงของลูกค้าหรือผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงของลูกค้า และไม่ได้ทำความรู้จักลูกค้าในเชิงลึกเพิ่มเติม (enhanced KYC/CDD) กรณีพบลูกค้าที่อาจทำธุรกรรมที่ผิดปกติหรือต้องสงสัย เป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 113 ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 282 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ)

จากการตรวจสอบการดำเนินงานตามปกติของ บล. ฟินันเซีย ตามแนวทางการกำกับดูแลตามความเสี่ยง (Risk-Based Approach: RBA) ในช่วงเดือนเมษายน ถึงเดือนพฤษภาคม 2568 ก.ล.ต. พบประเด็นข้อสังเกตเกี่ยวกับระบบงาน KYC/CDD ของบริษัท และต่อมาเมื่อปรากฏข่าวเกี่ยวกับการทำธุรกรรมซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Scammer) หรือการฟอกเงิน ซึ่งเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของประชาชน รวมทั้งได้มีการติดตามการดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปราม Scammer ของหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงาน ก.ล.ต. จึงได้นำประเด็นดังกล่าวมาพิจารณาเพื่อตรวจสอบระบบงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย และพบว่า ในช่วงวันที่ 1 เมษายน 2567 – 21 ธันวาคม 2568 บล. ฟินันเซีย ในฐานะผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ มีข้อบกพร่องในระบบงาน KYC/CDD ได้แก่

(1) บล. ฟินันเซีย ไม่ได้ดำเนินการ KYC/CDD เพื่อให้ทราบถึงผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner: UBO) ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ควบคุมทอดสุดท้ายของลูกค้า และดำเนินการ KYC/CDD เพื่อให้ทราบถึงผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงไม่ครบถ้วนในส่วนที่เป็นผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ

(2) บล. ฟินันเซีย ไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อดูความสมเหตุสมผล เมื่อลูกค้ามีการขอเพิ่มวงเงิน
ในจำนวนที่สูงจากวงเงินเดิมอย่างมีนัยสำคัญ

(3) บล. ฟินันเซีย ไม่ได้ดำเนินการ enhanced KYC/CDD หรือกำกับดูแลลูกค้าอย่างเข้มงวด กรณีที่ลูกค้าของ บล. ฟินันเซีย มีการทำธุรกรรมที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานที่แสดงถึงศักยภาพทางการเงินของลูกค้ารายนั้น ๆ เช่น กรณีที่ลูกค้าทำธุรกรรมเกี่ยวกับการฝากหลักประกัน การรับโอนหรือการจองซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในจำนวนที่สูง ซึ่งไม่สอดคล้องกับฐานะการเงินที่ลูกค้านำมาแสดงต่อ บล. ฟินันเซีย ทั้งที่มีข้อมูลที่สามารถพิจารณาได้ว่าลูกค้าอาจไม่มีศักยภาพเพียงพอในการทำธุรกรรม เช่น กรณีลูกค้าเป็นนิติบุคคลต่างประเทศมีทุนจดทะเบียนต่ำ ไม่มีงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีที่น่าเชื่อถือ หรือไม่ได้แสดงแหล่งที่มาของรายได้อย่างชัดเจน อีกทั้ง บล. ฟินันเซีย ไม่ได้พิจารณาข้อมูลการทำธุรกรรมดังกล่าว เพื่อนำส่งรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (Suspicious Transaction Report: STR) ต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

ข้อบกพร่องในระบบงาน KYC/CDD ข้างต้น ของ บล.ฟินันเซีย เป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมาตรา 113 ซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 282 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษ บล. ฟินันเซีย ต่อ บก.ปอศ. เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก ก.ล.ต. เปิดเผยว่า “มาตรการสำคัญอย่างหนี่งในการสกัดกั้นทุนเทาคือการกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน ทั้งธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องมีระบบงานที่เป็นไปตามมาตรฐานในการทำความรู้จักลูกค้าและการตรวจสอบ (KYC/CDD) รวมถึงการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า เนื่องจากผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนเป็นด่านหน้าในการคัดกรองลูกค้า ดังนั้น ก.ล.ต. จึงให้ความสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของผู้ประกอบธุรกิจ ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้ประกอบธุรกิจ สำหรับกรณี บล.ฟินันเซีย เมื่อพบว่า มีข้อบกพร่อง ในระบบ KYC/CDD และอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามกฎหมายอื่นด้วย ก.ล.ต. จึงดำเนินการกล่าวโทษต่อ บก.ปอศ.”

ทั้งนี้ ภายหลังการกล่าวโทษของ ก.ล.ต. กระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาต่อไปเป็นการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ และการพิจารณาของศาลยุติธรรม ตามลำดับ โดย ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดี และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษแล้ว
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 05 มิ.ย. 2569 เวลา : 17:44:56
06-06-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ื (5 มิ.ย.69) ลบ 12.19 จุด ดัชนี 1,582.60 จุด

2. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (5 มิ.ย.69) ลบ 2.53 จุด ดัชนี 1,592.26 จุด

3. MTS Gold คาดราคาทองคำยังค่อย ๆ ปรับตัวลดลง โดยเช้านี้เคลื่อนไหวทรงตัวบริเวณ 4,450 เหรียญ ท่ามกลางความพยายามของสหรัฐฯ ในการผลักดันการหยุดยิง

4. ทองเปิดตลาดวันนี้ (5 มิ.ย.69) ลดลง 250 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,650 บาท

5. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (4 มิ.ย.69) พุ่ง 874.86 จุด รับความหวังสงครามอิหร่านใกล้ยุติ

6. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (4 มิ.ย.69) บวก 38.10 ดอลลาร์ รับราคาน้ำมันร่วง-หวังสงครามอิหร่านใกล้ยุติ

7. พยากรณ์อากาศวันนี้ (5 มิ.ย.69) มรสุมเข้าทั่วไทยฝนฟ้าคะนอง ภาคเหนือ ฝนตกหนัก 70% ภาคใต้ 60-70% กรุงเทพปริมณฑล และภาคอื่นๆ 60%

8. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (5 มิ.ย. 69) ลบ 0.73 จุด ดัชนี 1,594.06 จุด

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ ( 5 มิ.ย.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 32.69 บาทต่อดอลลาร์

10. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.60-32.85 บาท/ดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (4 มิ.ย. 2569) บวก 6.73 จุด ดัชนี 1,594.79 จุด

12. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.60-32.85 บาท/ดอลลาร์

13. MTS Gold คาดราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Down ปัจจัยพื้นฐานและสัญญาณทางเทคนิคขณะที่แนวรับบริเวณ 4,400 เหรียญ

14. พยากรณ์อากาศวันนี้ (4 มิ.ย.69) ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักในภาคตะวันออก 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง 60% ภาคใต้ 60-70% ภาคอีสาน 40%

15. ทองเปิดตลาดวันนี้ (4 มิ.ย.69) ลดลง 50 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,950 บาท

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 6, 2026, 1:42 pm