เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
นโยบายพลังงานของเวียดนาม: ความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน


 
• เวียดนามกำลังเผชิญความท้าทายด้านพลังงานครั้งสำคัญ จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนจากต่างประเทศ
 
• แม้อุปทานพลังงานยังพึ่งพาถ่านหินเป็นหลัก แต่เวียดนามกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยตั้งเป้าให้พลังงานสะอาดมีสัดส่วน 74-75% ภายในปี 2050
 
• Power Development Plan 8 (PDP8) เป็นแผนยุทธศาสตร์สำคัญที่กำหนดทิศทางพลังงานของประเทศในระยะยาว ทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงาน การลดคาร์บอน และการดึงดูดการลงทุน
 
• การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไม่ได้เป็นเพียงนโยบายสิ่งแวดล้อม แต่เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของเวียดนามในอนาคต
 
เมื่อเศรษฐกิจโตเร็ว แต่ไฟฟ้าอาจโตไม่ทัน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เวียดนามกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชีย โรงงานใหม่ นิคมอุตสาหกรรม และการลงทุนจากต่างประเทศหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่อง
 
แต่เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าว มีความท้าทายสำคัญที่รัฐบาลเวียดนามตระหนักดี นั่นคือ “พลังงาน”
แม้แต่ในกรุงฮานอย เมืองหลวงของประเทศ ก็ยังเคยเผชิญปัญหาไฟฟ้าดับในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจ ต้องการพลังงานที่เพียงพอและมีเสถียรภาพตลอดเวลา
 
สำหรับเวียดนาม พลังงานไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นรากฐานของการเติบโตทางเศรษฐกิจ
 
ทุกโรงงาน Data Center นิคมอุตสาหกรรม หรือการลงทุนจากต่างประเทศ ล้วนต้องการไฟฟ้าที่เพียงพอและเชื่อถือได้ หากระบบพลังงานเติบโตไม่ทันเศรษฐกิจ ก็อาจกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญของการพัฒนาในระยะยาว
 
วันนี้เวียดนามอยู่ตรงไหน
ปัจจุบันอุปทานพลังงานของเวียดนามยังคงพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเป็นหลัก โดยเกือบครึ่งหนึ่งมาจากถ่านหิน
 
ขณะที่พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังน้ำ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และชีวมวล แม้จะเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ยังคิดเป็นเพียงประมาณ 19% ของอุปทานพลังงานทั้งหมด
 
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะภาคการผลิตไฟฟ้า ภาพเริ่มแตกต่างออกไป โดยพลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนราว 44-45% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ
 
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า เวียดนามกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากระบบพลังงานที่พึ่งพาฟอสซิล ไปสู่ระบบพลังงานที่สะอาดมากขึ้น
 
การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย: จากผู้ตามสู่ผู้วางแผนระยะยาว
ก่อนปี 2017 ระบบไฟฟ้าของเวียดนามยังพึ่งพาถ่านหินเป็นหลัก ขณะที่พลังงานสะอาดมีบทบาทค่อนข้างจำกัด
 
เมื่อเศรษฐกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว รัฐบาลเริ่มตระหนักว่าประเทศจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านพลังงานสำหรับอนาคต พร้อมกับลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลมากเกินไป
 
1. ระยะเร่งพัฒนา (2017–2020)
รัฐบาลออกมาตรการสนับสนุนพลังงานสะอาดหลายด้าน โดยเฉพาะการกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้า (Feed-in Tariff) และการส่งเสริมการติดตั้ง Solar Rooftop
นโยบายดังกล่าวช่วยเร่งการลงทุนในพลังงานสะอาดอย่างรวดเร็ว และดึงดูดเงินลงทุนจากทั้งนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศจำนวนมาก
 
2. ระยะปรับโครงสร้าง (2021–ปัจจุบัน)
รัฐบาลได้จัดทำ Power Development Plan 8 (PDP8) ซึ่งได้รับการอนุมัติในปี 2023 และมีการปรับปรุงเพิ่มเติมในปี 2025
 
PDP8 ไม่ได้เป็นเพียงแผนพลังงาน แต่เป็นแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติที่กำหนดทิศทางการพัฒนาพลังงานของเวียดนามในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า
 
เป้าหมายสำคัญของ PDP8
 
สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน
 
เวียดนามคาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 500–558 TWh ภายในปี 2030 และมากกว่า 1,200 TWh ภายในปี 2050
 
เมื่อเทียบกับปี 2023 ที่ประเทศผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 268 TWh หมายความว่า เวียดนามต้องเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้ามากกว่า 4 เท่าภายในเวลาไม่ถึง 30 ปี
 
นี่คือหนึ่งในภารกิจด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
 
เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด
 
เวียดนามตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด (ไม่รวมพลังน้ำ) เป็น 28-36% ภายในปี 2030 และ 74-75% ภายในปี 2050
 
เป้าหมายดังกล่าวสะท้อนถึงการปรับโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ของประเทศ
มุ่งสู่ Net Zero
 
เวียดนามตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050
 
พลังงานนิวเคลียร์: ทางเลือกที่กลับมาอีกครั้ง
แม้พลังงานนิวเคลียร์จะไม่ใช่พลังงานหมุนเวียน แต่ถือเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องและไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระหว่างการผลิต
เวียดนามเคยวางแผนพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ตั้งแต่ปี 2006 แต่ยุติโครงการในปี 2016 เนื่องจากต้นทุนที่สูงและความกังวลด้านความปลอดภัย
 
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2024–2026 แนวคิดดังกล่าวกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง
 
เหตุผลสำคัญคือ พลังงานนิวเคลียร์สามารถทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานฐาน (Baseload Power) ที่มีเสถียรภาพ ช่วยเสริมพลังงานหมุนเวียนซึ่งมีความผันผวนตามสภาพอากาศ และลดการพึ่งพาถ่านหินในระยะยาว
 
สิ่งที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการ
 
ภายใต้ PDP8 รัฐบาลเวียดนามกำลังดำเนินการหลายด้านควบคู่กัน
 
• ลดบทบาทถ่านหิน โดยไม่มีแผนสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่หลังปี 2030 และทยอยปรับเปลี่ยนโรงไฟฟ้าเดิมไปสู่เชื้อเพลิงที่สะอาดขึ้น
• เร่งพัฒนาพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ชีวมวล พลังงานจากขยะ รวมถึงเชื้อเพลิงทางเลือกใหม่อย่างไฮโดรเจนและแอมโมเนีย
• ลงทุนในระบบสายส่งไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
• เปิดตลาดพลังงานมากขึ้น เพื่อส่งเสริมการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน
ความท้าทายที่ยังต้องเผชิญ
แม้เวียดนามจะมีเป้าหมายที่ชัดเจน แต่เส้นทางสู่พลังงานสะอาดยังมีความท้าทายหลายด้าน
• การพึ่งพาถ่านหินยังอยู่ในระดับสูง
• ระบบสายส่งและโครงข่ายไฟฟ้ายังรองรับพลังงานหมุนเวียนได้ไม่เต็มที่ ทำให้บางพื้นที่เกิดปัญหาผลิตไฟฟ้าได้มาก แต่ส่งไฟฟ้าไปใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
• ความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นรวดเร็วจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรม
• ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล โดยคาดว่าจำเป็นต้องใช้เงินมากกว่า 130,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2030
• ความต่อเนื่องและความชัดเจนของนโยบายยังเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
 
สิ่งที่น่าสนใจคือ เวียดนามกำลังพยายามทำสองเรื่องใหญ่ไปพร้อมกัน
 
ด้านหนึ่งคือการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจในฐานะประเทศที่กำลังกลายเป็นฐานการผลิตสำคัญของโลก
 
อีกด้านหนึ่งคือการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero
 
โจทย์นี้ไม่ใช่เพียงเรื่องพลังงานหรือสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเรื่องของความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจในระยะยาว
 
แม้เวียดนามมี “ความพร้อมเชิงนโยบาย” แต่ “ความพร้อมเชิงโครงสร้าง” ยังต้องเร่งพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสายส่ง เทคโนโลยี และเงินทุนที่จำเป็นต่อการรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
 
หากสามารถจัดการความท้าทายเหล่านี้ได้สำเร็จ เวียดนามไม่เพียงมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดของอาเซียน แต่ยังอาจสร้างความได้เปรียบในการดึงดูดการลงทุนรอบใหม่ของโลกในช่วงหลายทศวรรษข้างหน้าอีกด้วย
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 24 มิ.ย. 2569 เวลา : 11:29:12
25-06-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.25-33.50 บาท/ดอลลาร์

2. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (25 มิ.ยัง.69) ทรงตัว ที่ระดับ 33.43 บาทต่อดอลลาร์

3. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (24 มิ.ย.69) บวก 7.32 จุด ดัชนี 1,548.22 จุด

4. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (24 มิ.ย.69) บวก 10.06 จุด ดัชนี 1,550.96 จุด

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (24 มิ.ย.69) ประเทศไทยเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้น "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก" ฝน 40% ภาคใต้ 40-60% ภาคอีสาน 30%

6. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยช่วงเช้าวันนี้หลุดระดับ 4,100 เหรียญ ลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,090 เหรียญ

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (23 มิ.ย.69) ลบ 45.87 จุด, Nasdaq ร่วงหนักจากแรงขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์

8. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (23 มิ.ย.69) ร่วง 53.30 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็ง-กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (24 มิ.ย.69) ลดลง 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 65,400 บาท

10. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (24 มิ.ย.69) บวก 6.99 จุด ดัชนี 1,547.89 จุด

11. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.25-33.50 บาท/ดอลลาร์

12. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (24 มิ.ย.69) อ่อนค่าลง ที่ระดับ 33.28 บาทต่อดอลลาร์

13. ประกาศ กปน.: 25 มิ.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนรัชดาภิเษก

14. ประกาศ กปน.: 25 มิ.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนกาญจนาภิเษก (ด้านตะวันตก)

15. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (23 มิ.ย.69) ลบ 33.23 จุด ดัชนี 1,540.90 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 25, 2026, 11:20 am