เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ "ยอดออกหุ้นกู้ระยะยาว 5 เดือนแรกหดตัว ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุน คาดปี 69 มูลค่าออกหุ้นกู้ใกล้เคียงปีก่อน"


ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินมูลค่าการออกหุ้นกู้ปี 2569 จำนวน 8.5-8.9 แสนล้านบาทใกล้เคียงกับปีก่อน โดยภาคธุรกิจมีแนวโน้มระดมทุนอย่างระมัดระวังมากขึ้นจากอัตราผลตอบแทนในตลาด ตราสารหนี้ที่ผันผวน และแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่โตต่ำ ด้านความเสี่ยงในตลาดหุ้นกู้ที่ต้องติดตาม จะเป็นเรื่อง สถานการณ์หุ้นกู้ที่จะครบกำหนด โดยเฉพาะหุ้นกู้ที่เคยปรับโครงสร้างหนี้ก่อนหน้านี้ และความกังวลของนักลงทุนต่อความสามารถในการชำระหนี้ ซึ่งทำให้นักลงทุนให้ความสำคัญกับคุณภาพเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้มากขึ้น

 
หุ้นกู้ไทย 5 เดือนแรกปี 2569 หดตัว 3.7 % ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุน โดยเฉพาะหุ้นกู้ในกลุ่มเสี่ยงสูง ประกอบกับต้นทุนการระดมทุนทยอยปรับสูงขึ้น

ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค. - พ.ค. 2569) มูลค่าการออกหุ้นกู้ระยะยาวของไทยอยู่ที่ 337,336 ล้านบาท ลดลง 3.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (รูปที่ 1) โดยมีปัจจัยกดดันจากนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพเครดิตมากขึ้นจากสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวต่ำ และอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้ที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ภาคธุรกิจระดมทุนอย่างระมัดระวังมากขึ้น หุ้นกู้ที่ออกใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Investment Grade หรือหุ้นกู้ที่มีอันดับเครดิตตั้งแต่ BBB- ขึ้นไป ซึ่งมีมูลค่าการออก 320,829 ล้านบาท หรือคิดเป็น 95% ของมูลค่าการออกหุ้นกู้ทั้งหมด

อย่างไรก็ดี แม้มูลค่าการออกหุ้นกู้ในช่วงต้นปีจะหดตัว แต่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคาดว่าทั้งปี 2569 มูลค่าการออกหุ้นกู้อาจอยู่ที่ประมาณ 8.5 – 8.9 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า และใกล้เคียงกับตัวเลขคาดการณ์ที่ 9 แสนล้านบาทของ ThaiBMA เนื่องจากในช่วงที่เหลือของปี ภาคธุรกิจยังมีความจำเป็นต้องออกหุ้นกู้เพื่อทดแทนหุ้นกู้รุ่นเดิมที่ครบกำหนด และเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน อย่างไรก็ดี ความผันผวนของอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไป

 
 
ความกังวลของนักลงทุนยังคงจำกัดอยู่ในหุ้นกู้เสี่ยงสูง

ภาพรวมการจำหน่ายหุ้นกู้ในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนว่า ความกังวลของนักลงทุนยังไม่ได้กระจายไปทั่วทั้งตลาดหุ้นกู้ แต่ยังคงจำกัดอยู่ในกลุ่มหุ้นกู้ที่มีความเสี่ยงสูงเป็นหลัก นักลงทุนจำนวนมากยังคงมีความต้องการลงทุนในหุ้นกู้กลุ่ม Investment Grade ที่มีความน่าเชื่อถือสูง ส่งผลให้อัตราความสำเร็จในการจำหน่ายหุ้นกู้ของกลุ่มนี้ยังอยู่ในระดับมากกว่า 96% ของมูลค่าการเสนอขาย

 
 
ในทางกลับกัน หุ้นกู้กลุ่ม High Yield หรือ หุ้นกู้ที่มีอันดับเครดิตตั้งแต่ BB+ ลงมา รวมถึงหุ้นกู้ที่ไม่มีการจัดอันดับเครดิต (Non-rated) ยังคงเผชิญข้อจำกัดในการระดมทุนมากกว่าอย่างชัดเจน โดยอัตราความสำเร็จในการจำหน่ายมีแนวโน้มลดลงมาต่ำกว่า 60% ของมูลค่าการเสนอขาย สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อหุ้นกู้กลุ่มเสี่ยงสูงยังอ่อนแอ หลังจากข่าวการผิดนัดชำระหนี้ในช่วงก่อนหน้า (รูปที่ 2) ภาพดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนให้ความสำคัญกับคุณภาพเครดิตของผู้ออกมากกว่าเดิมส่งผลให้การระดมทุนยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแรง ขณะที่ผู้ออกบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูง ยังคงเผชิญแรงกดดันจากทั้งต้นทุนทางการเงินที่สูงและความเชื่อมั่นของตลาดที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่

อัตราผลตอบแทนหุ้นกู้ปรับตัวขึ้นในทุกอันดับเครดิตตามทิศทางบอนด์ยีลด์พันธบัตรรัฐบาลไทย

ด้านต้นทุนการระดมทุน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับสูงขึ้นตามทิศทางอัตราผลตอบแทนในตลาดโลก ประกอบกับปัจจัยในประเทศที่ความต้องการกู้เงินของภาครัฐเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนหุ้นกู้ภาคเอกชนอายุ 3 ปีปรับสูงขึ้นตาม โดยยีลด์หุ้นกู้ภาคเอกชนอายุ 3 ปี อันดับเครดิต AAA, AA, A และ BBB ปรับเพิ่มขึ้นราว 10 – 18 basis points หรือประมาณ เทียบกับระดับ ณ สิ้นปี 2568 (รูปที่ 3) ด้วยต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นทำให้บางบริษัทชะลอการออกหุ้นกู้ใหม่หรือออกเฉพาะเท่าที่จำเป็น
 
 
 
 
ยังคงต้องติดตามหุ้นกู้เสี่ยงสูงที่จะครบกำหนดในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะรายที่เคยปรับโครงสร้างมาก่อนหน้าและรายที่มีฐานะการเงินอ่อนแอลง

แม้ปัญหาในตลาดหุ้นกู้ยังไม่ได้กระจายเป็นวงกว้าง แต่หุ้นกู้เสี่ยงสูงยังคงเป็นกลุ่มที่ต้องติดตามเป็นพิเศษ ปัจจุบันหุ้นกู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการชำระหนี้ตามสัญญาคิดเป็นประมาณ 2.0% ของมูลค่าคงค้างหุ้นกู้ทั้งตลาด แบ่งเป็นหุ้นกู้ที่ผิดนัดชำระดอกเบี้ยหรือเงินต้นแล้วราว 0.2% ขณะที่อีก 1.8% เป็นหุ้นกู้ที่ได้มีการปรับโครงสร้างการชำระหนี้แล้ว (รูปที่ 3) การปรับโครงสร้างหนี้ช่วยบรรเทาแรงกดดันในระยะสั้น และเปิดโอกาสให้ผู้ออกมีเวลาจัดการสภาพคล่องมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงได้หมดไป ดังนั้น หุ้นกู้ที่เคยปรับโครงสร้างหนี้แล้วและจะกลับมาครบกำหนดในระยะต่อไป รวมถึงหุ้นกู้เสี่ยงสูงอื่นที่กำลังจะทยอยครบกำหนดชำระ จึงยังเป็นกลุ่มที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด

โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 และปี 2570 จะมีหุ้นกู้ที่เคยผ่านการปรับโครงสร้างหนี้และกลับมาครบกำหนดชำระคิดเป็นมูลค่าประมาณ 4,903 ล้านบาท และ 12,864 ล้านบาท ตามลำดับ (รูปที่ 4) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงจะกลับมาเผชิญปัญหาการชำระหนี้ได้อีก หากฐานะการเงินของผู้ออกยังไม่ฟื้นตัวเพียงพอ ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามหุ้นกู้เสี่ยงสูงกลุ่มอื่นที่จะครบกำหนดในช่วงเดียวกันด้วย เพราะแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและภาวะการเงินอาจทำให้บางรายมีความสามารถในการชำระหนี้ลดลง แม้จะยังไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้มาก่อน

อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงในระยะข้างหน้าไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะหุ้นกู้ที่มีปัญหาไปแล้วหรือเคยปรับโครงสร้างหนี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึง หุ้นกู้เสี่ยงสูงที่กำลังจะครบกำหนด โดยเฉพาะในกรณีที่ผู้ออกยังมีฐานะการเงินเปราะบาง กระแสเงินสดฟื้นตัวไม่เต็มที่ หรืออาจเผชิญข้อจำกัดในการก่อหนี้เพิ่มเพื่อมาชำระหนี้เดิม นักลงทุนควรติดตามหุ้นกู้เสี่ยงสูงในกลุ่ม High Yield และ Non-rated ที่กำลังจะครบกำหนดชำระอย่างใกล้ชิดด้วยเช่นกัน
 
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 24 มิ.ย. 2569 เวลา : 17:10:44
25-06-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.25-33.50 บาท/ดอลลาร์

2. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (25 มิ.ยัง.69) ทรงตัว ที่ระดับ 33.43 บาทต่อดอลลาร์

3. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (24 มิ.ย.69) บวก 7.32 จุด ดัชนี 1,548.22 จุด

4. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (24 มิ.ย.69) บวก 10.06 จุด ดัชนี 1,550.96 จุด

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (24 มิ.ย.69) ประเทศไทยเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้น "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก" ฝน 40% ภาคใต้ 40-60% ภาคอีสาน 30%

6. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยช่วงเช้าวันนี้หลุดระดับ 4,100 เหรียญ ลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,090 เหรียญ

7. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (23 มิ.ย.69) ลบ 45.87 จุด, Nasdaq ร่วงหนักจากแรงขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์

8. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (23 มิ.ย.69) ร่วง 53.30 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็ง-กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย

9. ทองเปิดตลาดวันนี้ (24 มิ.ย.69) ลดลง 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 65,400 บาท

10. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (24 มิ.ย.69) บวก 6.99 จุด ดัชนี 1,547.89 จุด

11. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.25-33.50 บาท/ดอลลาร์

12. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (24 มิ.ย.69) อ่อนค่าลง ที่ระดับ 33.28 บาทต่อดอลลาร์

13. ประกาศ กปน.: 25 มิ.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนรัชดาภิเษก

14. ประกาศ กปน.: 25 มิ.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนกาญจนาภิเษก (ด้านตะวันตก)

15. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (23 มิ.ย.69) ลบ 33.23 จุด ดัชนี 1,540.90 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 25, 2026, 11:20 am