เศรษฐกิจ-บทวิจัยเศรษฐกิจ
Scoop : "เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 1 ปี" เมื่อแรงหนุนเศรษฐกิจไทยยังสู้ดอลลาร์ไม่ได้


แม้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2.3% ในการประชุมวันที่ 24 มิถุนายน 2569 แต่ค่าเงินบาทกลับเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม โดยอ่อนค่าลงแตะระดับ 33.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 13 เดือน ตามการประเมินของกรุงศรีโกลบอล มาร์เก็ตส์

ปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า หากเศรษฐกิจไทยกำลังมีแนวโน้มดีขึ้น เหตุใดเงินบาทจึงยังอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง เพราะโดยปกติแล้ว ค่าเงินมักถูกมองว่าเป็นหนึ่งในตัวสะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้น นักลงทุนต่างชาติควรมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าประเทศและช่วยสนับสนุนให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น แต่ในโลกการเงินจริง ๆ ความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมาเสมอไป เพราะค่าเงินไม่ได้สะท้อนเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ หากยังสะท้อนการเปรียบเทียบกับเศรษฐกิจประเทศอื่น โดยเฉพาะกับทางสหรัฐอเมริกา ซึ่งยังคงเป็นศูนย์กลางของระบบการเงินโลก

แม้ กนง. จะปรับเพิ่มประมาณการ GDP ไทยปี 2569 เป็น 2.3% จากแรงหนุนของการส่งออก การลงทุนตามวัฏจักรเทคโนโลยี และ AI รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่น้อยกว่าคาด แต่เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน ตามที่ในแถลงการณ์ฉบับเดียวกันของ กนง. ยังย้ำว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวในลักษณะ “ต่ำและไม่ทั่วถึง” โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ที่ยังเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก ขณะที่ครัวเรือนจำนวนมากยังถูกกดดันจากค่าครองชีพและภาระหนี้

หมายความว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ใช่การฟื้นตัวที่แข็งแรงจนสามารถเปลี่ยนมุมมองของตลาดการเงินโลกได้อย่างมีนัยสำคัญ และที่สำคัญไปกว่าก็คือ นักลงทุนไม่ได้ตัดสินใจจากการมองเฉพาะประเทศไทย แต่เป็นการเปรียบเทียบโอกาสการลงทุนระหว่างประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ดังนั้น แม้เศรษฐกิจไทยจะดูดีขึ้น แต่หากเศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่งกว่า หรือสินทรัพย์สหรัฐยังให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่า เงินทุนจำนวนมากก็ยังมีแนวโน้มไหลเข้าสู่ดอลลาร์สหรัฐมากกว่าสกุลเงินอื่น

ดอลลาร์แข็ง เพราะตลาดกำลังมองไปที่ Fed

ตามการรายงานของ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ ระบุว่า การอ่อนค่าของเงินบาทในรอบนี้ สะท้อนการปรับท่าทีด้านนโยบายการเงินของสหรัฐ มากกว่าปัจจัยภายในประเทศ เพราะจากในช่วงที่ผ่านมา ตลาดการเงินโลกพยายามประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Fed จะเริ่มลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อใด หลังจากคงดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานาน แต่ถึงอย่างไรแล้ว ความไม่แน่นอนด้านเงินเฟ้อ ก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนปรับมุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้นหนึ่งในปัจจัยที่ถูกจับตามองมากที่สุด คือสถานการณ์ด้านพลังงาน โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งแม้จะมีสัญญาณคลี่คลายลงบ้าง แต่ตลาดยังคงกังวลว่าหากเกิดความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง อาจส่งผลต่อราคาน้ำมันโลกและกลับมาสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ

หากเงินเฟ้อสหรัฐยังอยู่ในระดับสูงกว่าที่ Fed ต้องการ ธนาคารกลางสหรัฐก็อาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้ ซึ่งไม่เพียงทำให้สินทรัพย์สหรัฐยังคงให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ แต่ยังส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยและสหรัฐยังอยู่ในระดับกว้าง จากปัจจุบัน ที่ กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยไว้ที่ 1.00% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐยังอยู่ในระดับสูงกว่าไทยอย่างมาก ทำให้นักลงทุนจำนวนหนึ่งยังคงเลือกถือสินทรัพย์สกุลดอลลาร์สหรัฐต่อไป เนื่องจากสามารถได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับการลงทุนในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย

เมื่อเงินทุนไหลเข้าสู่ดอลลาร์มากขึ้น ความต้องการถือเงินดอลลาร์ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ขณะที่สกุลเงินของประเทศเกิดใหม่จำนวนมาก รวมถึงเงินบาทของไทย เผชิญแรงกดดันให้อ่อนค่าลง นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้การปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนทิศทางค่าเงินบาทได้ในทันที

ทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทดังกล่าว ก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับไทยเพียงประเทศเดียว เพราะในช่วงที่ผ่านมา หลายประเทศในเอเชียต่างเผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์เช่นกัน สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินในปัจจุบันไม่ได้ถูกกำหนดโดยปัจจัยภายในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับทิศทางของเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ และมุมมองของนักลงทุนที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ ดังนั้นแล้ว การที่เงินบาทอ่อนค่าลงจึงไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจไทยกำลังอ่อนแอลงเสมอไป แต่ในทางตรงกันข้าม การอ่อนค่าครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ กนง. เพิ่งปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยเป็น 2.3% และมองว่าการส่งออกกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีกำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจนั้น อาจกำลังสะท้อนว่า ปัจจัยภายนอกประเทศมีน้ำหนักต่อการเคลื่อนไหวของตลาดการเงินมากกว่าปัจจัยภายในประเทศในระยะสั้น

ค่าเงินบาทอ่อน อาจกลายเป็นแรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่

แม้เงินบาทอ่อนค่าจะเป็นผลดีต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว แต่ในอีกด้านหนึ่ง การอ่อนค่าของค่าเงินก็มีต้นทุนทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตาเช่นกัน เพราะประเทศไทย ยังคงพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ วัตถุดิบอุตสาหกรรม เครื่องจักร หรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์หลายประเภท เมื่อเงินบาทอ่อนค่า ผู้นำเข้าจำเป็นต้องใช้เงินบาทจำนวนมากขึ้นในการซื้อสินค้าในปริมาณเท่าเดิม ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น

ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ อาจถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคผ่านราคาสินค้าและบริการในระยะต่อไป โดยเฉพาะหากราคาพลังงานโลกยังอยู่ในระดับสูง นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ กนง. ยังคงติดตามแนวโน้มเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด แม้จะเลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% เนื่องจากการอ่อนค่าของเงินบาทอาจกลายเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้แรงกดดันด้านราคาเพิ่มขึ้นในระบบเศรษฐกิจ

การอ่อนค่าของเงินบาทในรอบนี้ จึงเกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจไทยได้รับข่าวดีจากการปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP และแรงหนุนจากการส่งออก รวมถึงการลงทุนด้านเทคโนโลยีและ AI แต่ในสายตาของนักลงทุนทั่วโลก ปัจจัยที่มีน้ำหนักมากกว่าในเวลานี้ยังคงเป็นทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐและความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์ นั่นทำให้การอ่อนค่าของเงินบาทสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือน อาจไม่ได้สะท้อนความอ่อนแอของเศรษฐกิจไทยเพียงอย่างเดียว หากยังสะท้อนว่าตลาดการเงินโลกกำลังจับตา Fed และเศรษฐกิจสหรัฐมากกว่าปัจจัยภายในประเทศในระยะสั้น

LastUpdate 25/06/2569 01:15:43 โดย : Admin
25-06-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (25 มิ.ยัง.69) ทรงตัว ที่ระดับ 33.43 บาทต่อดอลลาร์

2. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (24 มิ.ย.69) บวก 7.32 จุด ดัชนี 1,548.22 จุด

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (24 มิ.ย.69) บวก 10.06 จุด ดัชนี 1,550.96 จุด

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (24 มิ.ย.69) ประเทศไทยเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้น "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก" ฝน 40% ภาคใต้ 40-60% ภาคอีสาน 30%

5. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยช่วงเช้าวันนี้หลุดระดับ 4,100 เหรียญ ลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,090 เหรียญ

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (23 มิ.ย.69) ลบ 45.87 จุด, Nasdaq ร่วงหนักจากแรงขายหุ้นเซมิคอนดักเตอร์

7. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (23 มิ.ย.69) ร่วง 53.30 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็ง-กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย

8. ทองเปิดตลาดวันนี้ (24 มิ.ย.69) ลดลง 200 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 65,400 บาท

9. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (24 มิ.ย.69) บวก 6.99 จุด ดัชนี 1,547.89 จุด

10. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.25-33.50 บาท/ดอลลาร์

11. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (24 มิ.ย.69) อ่อนค่าลง ที่ระดับ 33.28 บาทต่อดอลลาร์

12. ประกาศ กปน.: 25 มิ.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนรัชดาภิเษก

13. ประกาศ กปน.: 25 มิ.ย. 69 น้ำไหลอ่อนไม่ไหล ถนนกาญจนาภิเษก (ด้านตะวันตก)

14. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (23 มิ.ย.69) ลบ 33.23 จุด ดัชนี 1,540.90 จุด

15. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (23 มิ.ย.69) ลบ 12.74 จุด ดัชนี 1,561.39 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ June 25, 2026, 10:47 am