หุ้นทอง
บล.อินโนเวสท์วิเคราะห์ "คาด SET ขยับขึ้นต่อ ยืนเหนือ 1600 จุด"


คาด SET แกว่งขึ้นได้ต่อ หนุนจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงแรงรับข่าวผู้นำสหรัฐฯ พร้อมที่จะเจรจากับอิหร่าน รวมทั้ง Bond Yield สหรัฐฯ ที่ย่อตัวลง สร้าง Sentiment เชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยคาดกลุ่มอิเล็กฯ ปรับขึ้นตามกลุ่ม Tech ที่ขยับขึ้น รวมทั้งหุ้น Anti-Oil วันนี้ติดตามการประชุม ครม. พิจารณาขยายโครงการไทยช่วยไทยพลัส รวมถึงการปรับแผนพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 ช่วงที่ 2 ทางเทคนิค ดัชนีดีดตัวขึ้น หากยืนเหนือ 1600 จุดได้ ภาพรวมจะดีขึ้นเป็นลำดับ

ประเด็นสำคัญ

• ปธน. สหรัฐฯ เผยว่าพร้อมจะเจรจากับอิหร่านในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่จะจัดขึ้นในสัปดาห์นี้ ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดต่อการลงทุน ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดลดลง 3.4% ที่ 100.34 ดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับลง มองเป็น Sentiment บวกต่อภาพรวมบรรยากาศลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง แต่ลบต่อพลังงานต้นน้ำ (PTTEP)

• บริษัทที่ปรึกษาพลังงาน Energy Aspects ประเมินยุโรปอาจขาดแคลนน้ำมันอากาศยานรุนแรงใน 4Q26 จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ขณะที่สต็อกน้ำมันสำเร็จรูปต่ำที่สุดในรอบ 7 ปี มองบวกต่อกลุ่มโรงกลั่น (TOP BCP SPRC) สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง

• จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยในสัปดาห์ก่อนที่ 464,200 คน เพิ่มขึ้น 5.7%WoW จากการเข้าสู่ช่วง Silver Week ของญี่ปุ่น ประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้นจากเทศกาล Chuseok ของเกาหลีใต้ และ Golden Week ของจีน มองบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว (ERW CENTEL AOT)

• รมว. คลังกำลังพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเฉพาะกลุ่ม เช่น E20 และ B20 เพื่อแบ่งเบาภาระราคาพลังงานของประชาชนและภาคเกษตรกรรมที่ผลิตเอทานอลและไบโอดีเซล แทนการลดภาษีน้ำมันทุกชนิดเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงทางการคลัง มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มพลังงานทางเลือก (BBGI UBE)

• เกาหลีใต้เปิดเผยว่ายอดส่งออกช่วง 1-20 ก.ย. พุ่งขึ้น 78% YoY แตะ 7.14 หมื่นล้านดอลลาร์จากการส่งออกชิปที่แข็งแกร่ง นับเป็นมูลค่าสูงสุดสำหรับช่วง 20 วันแรกของเดือนเท่าที่เคยมีมา ทำลายสถิติเดิม 6.17 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อ 20 วันแรกของเดือน มิ.ย. ปีนี้ โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 118% YoY แตะ 1.42 หมื่นล้านดอลลาร์ มองบวกต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (KCE HANA DELTA)

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวนและมีความเสี่ยงทางลง (Downside Risk) หลังดัชนียังไม่สามารถยืนเหนือระดับแนวรับจิตวิทยาที่ 1,600 จุดได้ อีกทั้งบรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดันจากปัจจัยมหภาค ได้แก่ นโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้น หลังเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์ก่อนและส่งสัญญาณ Hawkish ผ่าน Dot Plot ที่บ่งชี้ว่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ หนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูง, แรงกดดันด้านอุปทานและเงินเฟ้อ หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อ หนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวสูงเหนือ US$100/bbl กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้น “Buy on Dip”

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET ผันผวนและมีความเสี่ยงทางลง หลังดัชนีหลุดแนวรับจิตวิทยาที่ 1,600 จุด อีกทั้งบรรยากาศลงทุนยังถูกกดดันจากปัจจัยมหภาค ได้แก่ นโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้น หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์ก่อนและส่งสัญญาณ Hawkish อาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้, แรงกดดันด้านอุปทานและเงินเฟ้อ หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อ หนุนให้ราคาน้ำมันดิบทรงตัวสูง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” โดยเน้น “Buy on Dip” ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้

1. Rate Hike & Weak Baht Play ที่ได้ประโยชน์เชิงโครงสร้างจากทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งสร้างความได้เปรียบด้าน Reinvestment Yield โดยกระแสเงินสดและตราสารที่ครบกำหนดอายุสามารถนำไปลงทุนใหม่ในอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้อย่างกลุ่มธนาคาร (BBL KTB) และกลุ่มประกันชีวิต (TLI) รวมถึงกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าอย่างกลุ่มส่งออก (TU)

2. Domestic Play ที่อิงรายได้ในประเทศเป็นหลัก มีอำนาจต่อรองราคาสูง และได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทำให้มีความทนทานต่อปัจจัยเสี่ยงภายนอกได้ดี ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC) และกลุ่มการแพทย์ (BCH PR9)

3. High Dividend Play ซึ่งคาดให้ Div. Yield สม่ำเสมอสูงเกินปีละ 5% เพื่อสร้างกระแสเงินสดและเป็นหลุมหลบภัยท่ามกลางความผันผวนของตลาด ได้แก่ BBL KTB FTREIT LHSC 

Daily Top Picks

GPSC: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากราคาเชื้อเพลิงที่ปรับลง และมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตผ่านการขยายกำลังการผลิตจาก PDP2026, นโยบาย Direct PPA และในอินเดียผ่าน Avaada Energy, ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามอุตฯ Data Center และการศึกษาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป้าหมายระยะสั้นที่ 49.00 บาท

KCE: ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากโมเมนตัมการปรับขึ้นของหุ้นเทคฯ โลก และความต้องการ Humanoid Robot ในภาคอุตฯ ที่คาดจะเติบโตก้าวกระโดดในระยะต่อไป ผลประกอบการ 2H26 คาดจะเติบโตต่อเนื่อง จากการปรับขึ้นราคาขาย, การขยายกำลังการผลิต HDI และการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เป้าหมายระยะสั้นที่ 70.00 บาท
 


 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 22 ก.ย. 2569 เวลา : 11:38:48
22-09-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (21 ก.ย.69) ร่วง 41 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็งค่า-กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย

2. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงจาก แรงขายทำกำไรและดัชนีดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ราคาลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,322 เหรียญ ก่อนกลับมาทรงตัวแถว 4,350 เหรียญ

3. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (22 ก.ย.69) บวก 6.51 จุด ดัชนี 1,604.54 จุด

4. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.10-33.35 บาท/ดอลลาร์

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (22 ก.ย.69) อุตุฯเตือน "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคตะวันออก" ฝนตกหนัก 80% ภาคกลาง 70% ภาคอีสาน-ภาคใต้ 60% ภาคเหนือ 40%

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (21 ก.ย.69) พุ่ง 366.19 จุด ขานรับน้ำมัน-บอนด์ยีลด์ร่วง

7. ทองเปิดตลาดวันนี้ (22 ก.ย.69) ลดลง 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,300บาท

8. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (22 ก.ย.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.22 บาทต่อดอลลาร์

9. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (21 ก.ย.69) ดัชนีอยู่ที่ 1,598.03 จุด บวก 13.88 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.88% มูลค่าการซื้อขาย 68,454.74 ล้านบาท

10. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (21 ก.ย.69) บวก 9.45 จุด ดัชนี 1,593.60 จุด

11. ทีทีบี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.20-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตา Fed ความตึงเครียดตะวันออกกลาง และมาตรการการค้าสหรัฐฯ

12. พยากรณ์อากาศวันนี้ (21 ก.ย.69) อุตุฯ เตือน "กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก" ฝนตกหนัก 80% ภาคเหนือ-ภาคอีสาน-ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. 70% ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60%

13. ทองเปิดตลาดวันนี้ (21 ก.ย. 69) ลดลง 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 69,750 บาท

14. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (21 ก.ย. 69) บวก 6.94 จุด ดัชนี 1,591.09 จุด

15. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงปลายสัปดาห์ และปิดบวกเป็น สัปดาห์แรกในรอบ 4 สัปดาห์ หลังยืนเหนือ 4,300 เหรียญ

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 22, 2026, 12:48 pm