ประกัน
สมาคมประกันวินาศภัยไทย ลงพื้นที่ จ.ลำพูน - เชียงใหม่ ชี้แจงการใช้สิทธิ์ "โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ"


 

สมาคมประกันวินาศภัยไทย ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวชี้แจงแนวทางการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ พร้อมลงพื้นที่ติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานตาม “โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ภายหลังเกิดเหตุอุทกภัยและวาตภัยในพื้นที่จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ โดยหน่วยงานภาครัฐได้มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย/เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามหลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด โดยบ้านที่ได้รับความเสียหายทางกายภาพ ของสิ่งปลูกสร้างจะได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ ซึ่งทั้ง 2 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้ ถือเป็นเหตุการณ์แรก ๆ ที่นำระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติมาใช้ในการช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
 
 
ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า จังหวัดลำพูนเป็นหนึ่งในพื้นที่แรกที่นำระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติมาใช้งานจริง หลังเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ส่งผลกระทบต่อประชาชน 4 หมู่บ้าน รวม 225 ครัวเรือน จังหวัดลำพูนจึงถือเป็นจังหวัดแรกที่มีพื้นที่ ๆ ได้รับสิทธิ์ตามโครงการประกันภัยพิบัติ และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการนำกลไกประกันภัยพิบัติมาใช้ช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยภาคธุรกิจประกันภัยได้เตรียมความพร้อมทั้งระบบรับแจ้งเหตุ การตรวจสอบข้อมูล และการดำเนินการด้านสินไหมทดแทน เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายทางกายภาพของสิ่งปลูกสร้างบ้านอยู่อาศัยและมีสิทธิตามโครงการสามารถได้รับการชดใช้ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว  
 
 
การดำเนินงานในจังหวัดลำพูนครั้งนี้ นับเป็นกรณีแรกของการนำโครงการประกันภัยพิบัติมาใช้รองรับเหตุการณ์จริง และเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล และภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนหลังเกิดภัยพิบัติ และช่วยให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้โดยเร็ว
 
นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกัน ในจังหวัดเชียงใหม่ ได้เกิดเหตุวาตภัยในพื้นที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 13.00 น. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงอายุ 54 ปี ประกอบอาชีพเกษตรกร โดยถือเป็นกรณีผู้เสียชีวิตรายแรกที่เข้าสู่กระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนภายใต้ “โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ”
 
 
สำหรับกรณีดังกล่าว สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการตามขั้นตอนการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน ภายใต้เงื่อนไขและความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ โดยตามกระบวนการปกติ การพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งกำหนดกรอบระยะเวลาไว้ภายใน 15 วัน แต่เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นกรณีผู้เสียชีวิตรายแรกที่เข้าสู่กระบวนการตามโครงการ ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้ร่วมกันพิจารณาเร่งรัดกระบวนการให้เป็นกรณีพิเศษ โดยมุ่งให้สามารถดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้ภายใน 7 วัน เมื่อเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณาครบถ้วนและเป็นไปตามเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ เพื่อให้ความช่วยเหลือและการเยียวยาสามารถส่งต่อถึงครอบครัวผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที
 
 
การดำเนินการในกรณีดังกล่าวสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล และภาคธุรกิจประกันภัย ในการอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือประชาชน โดยยังคงยึดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และสิทธิประโยชน์ตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์เป็นสำคัญ 
 
นายกสมาคมฯ สาธิตการเคลมผ่าน ThaiNATCAT สร้างความเข้าใจให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่
นอกจากนี้ ในการแถลงข่าว นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้มีการสาธิตขั้นตอนการแจ้งความเสียหายและการใช้สิทธิขอรับค่าสินไหมทดแทนผ่านศูนย์รับแจ้งเคลมประกันภัยพิบัติผ่านระบบ ThaiNATCAT ของโครงการ จากกรณีตัวอย่างของผู้ที่ประสบภัยพิบัติจริง เพื่อให้ประชาชนได้เห็นถึงขั้นตอนการใช้งานจริง ที่มีการออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย ไม่ซับซ้อน การสาธิตดังกล่าวมุ่งให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้ด้วยตนเองอย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันยังช่วยให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่สามารถให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนได้อย่างเป็นระบบและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
 
“สิ่งสำคัญในขณะนี้ คือ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ตรวจสอบสิทธิและแจ้งความเสียหายผ่านช่องทางที่โครงการกำหนด พร้อมให้ข้อมูลและหลักฐานที่จำเป็นอย่างครบถ้วน เพื่อให้สามารถตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนของกรมธรรม์ได้อย่างรวดเร็ว โดยประชาชนไม่จำเป็นต้องกังวลหรือสับสนว่าจะต้องติดต่อหน่วยงานใด เพราะได้มีการจัดเตรียมช่องทางสำหรับรองรับการแจ้งความเสียหายไว้โดยเฉพาะ”
 
ประชาชนที่ได้รับความเสียหายควรดำเนินการอย่างไร
 
นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวย้ำว่า ประชาชนที่มีที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เข้าเงื่อนไขตามโครงการ และได้รับความเสียหายจากภัยที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง สามารถแจ้งความเสียหายผ่านช่องทางที่โครงการกำหนด ได้แก่ เว็บไซต์ www.thainatcat.org LINE Official Account @thainatcat และ Call Center โทร. 0 2012 5555 หรือจุดรับแจ้งในพื้นที่ตามที่ประกาศ การแจ้งเคลมและการขอรับค่าสินไหมทดแทน จะไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น และขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังต่อการแอบอ้างหรือการหลอกลวงจากมิจฉาชีพ โดยไม่โอนเงิน ไม่เปิดเผยรหัส OTP หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญ และหลีกเลี่ยงการกดลิงก์จาก SMS หรือ LINE ที่ไม่ใช่ช่องทางอย่างเป็นทางการของโครงการ เพื่อป้องกันความเสียหายและให้การใช้สิทธิภายใต้โครงการเป็นไปอย่างปลอดภัยและถูกต้อง
 
ทั้งนี้ การแจ้งความเสียหาย ขอให้ประชาชนเตรียมข้อมูลและหลักฐานที่จำเป็น เช่น ข้อมูลผู้แจ้ง ที่อยู่และบ้านเลขที่ของที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหาย ภาพถ่ายความเสียหายหรือหลักฐานตามที่โครงการกำหนด รวมถึงข้อมูลอื่นที่จำเป็นต่อการตรวจสอบสิทธิ เมื่อได้รับแจ้งแล้ว ระบบจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลว่า ที่อยู่อาศัยและพื้นที่ประสบภัยเข้าเงื่อนไขความคุ้มครองตามกรมธรรม์หรือไม่ รวมถึงตรวจสอบลักษณะและระดับความเสียหาย ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามหลักเกณฑ์ของโครงการ
 
ทั้งนี้ การได้รับความคุ้มครองและจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนจะเป็นไปตาม ประเภทภัย พื้นที่ที่ได้รับการประกาศ ระดับความเสียหาย และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ โดยขอให้ประชาชนศึกษารายละเอียดและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อรักษาสิทธิของตนเอง
 
นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวต่อว่า เป้าหมายสำคัญของการดำเนินงานในครั้งนี้ คือการทำให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสามารถเข้าถึงสิทธิ ความคุ้มครอง และกระบวนการเยียวยาได้อย่างสะดวก ถูกต้อง และรวดเร็ว โดยสมาคมฯ พร้อมทำหน้าที่เชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาคธุรกิจประกันภัย หน่วยงานภาครัฐ และพื้นที่ เพื่อให้ระบบประกันภัยสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
“การนำระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติมาใช้งานจริงในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญของการยกระดับระบบบริหารจัดการความเสี่ยงของประเทศ เพราะสิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการมีระบบหรือกรมธรรม์ แต่คือการทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความคุ้มครองและได้รับการช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุได้จริง สมาคมประกันวินาศภัยไทยจึงพร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุนการทำงานของภาครัฐและภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้กระบวนการตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ การตรวจสอบ การพิจารณา ไปจนถึงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ”
 
สมาคมประกันวินาศภัยไทยยืนยันความพร้อมในการทำงานร่วมกับภาครัฐและทุกภาคส่วน เพื่อให้ “โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ช่วยให้ประชาชนสามารถฟื้นตัวจากภัยพิบัติได้เร็วขึ้น และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของประเทศต่อความเสี่ยงในอนาคต
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 08 ต.ค. 2569 เวลา : 15:35:56
08-10-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (8 ต.ค.) ลบ 5.67 จุด ดัชนี 1,578.96 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำอ่อนตัวลงใกล้ 4,100 เหรียญ และทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบเกือบ 2 เดือน โดยเมื่อวานราคาลงไปแตะบริเวณ 4,066 เหรียญ ก่อนมีแรงซื้อกลับและรีบาวด์ขึ้นมาทรงตัวบริเวณ 4,130 เหรียญ

3. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (8 ต.ค.69) ลบ 0.94 จุด ดัชนี 1,583.69 จุด

4. ทองเปิดตลาดวันนี้ (8 ต.ค.69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 66,650 บาท

5. พยากรณ์อากาศวันนี้ (8 ต.ค.69) ภาคใต้ ฝนตกหนัก 60-70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก 30% ภาคเหนือ 20% ภาคอีสาน 10% / เตือน!!! พรุ่งนี้ 9-13 ต.ค. ภาคตะวันออก-ภาคกลาง-กรุงเทพปริมณฑล-ภาคใต้ มีฝนเพิ่มขึ้น ตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

6. ดัชนีดาวโจนส์ปิดเมื่อคืน (7 ต.ค.69) ร่วงแรง 341.41 จุด กังวลผลกระทบบอนด์ยีลด์สูงขึ้น ดันเงินเฟ้อ-ภาระหนี้ พุ่ง

7. ทองนิวยอร์กปิดเมื่อคืน (7 ต.ค.69) ร่วง 46.40 เหรียญ เหตุดอลลาร์แข็งค่า-บอนด์ยีลด์พุ่งฉุดตลาด

8. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.50 - 33.75 บาท/ดอลลาร์

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (8 ต.ค.69) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ที่ระดับ 33.64 บาทต่อดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (7 ต.ค.69) บวก 2.41 จุด ดัชนี 1,584.63 จุด

11. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (7 ต.ค.69) บวก 6.18 จุด ดัชนี 1,588.40 จุด

12. อุตุฯ เตือน 9-13 ต.ค. ฝนตกหนักถึงหนักมากทุกภาคทั่วไทย "กรุงเทพปริมณฑล" ระวัง 10-11 ต.ค. ฝนถล่มอีกครั้ง

13. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกยังทรงตัวบริเวณ 4,150 เหรียญ หลังเมื่อวานมีแรงซื้อกลับจากจุดต่ำสุดบริเวณ 4,103 เหรียญ ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 4,184 เหรียญ

14. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.50 - 33.75 บาท/ดอลลาร์

15. พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ต.ค.69) ภาคใต้ ฝั่ง ตอ. ฝนฟ้าคะนอง 70% คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร / กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคใต้ ฝั่ง ตต. 60% /ภาคอีสาน 20%

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ October 8, 2026, 4:42 pm