เอชเอสบีซี ไพรเวท แบงก์ ระบุ ผู้ประกอบการที่มีความมั่งคั่งสูงคาดว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐิ์ (AI) จะช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโต โดยมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจจะเป็นแรงขับเคลื่อนการลงทุนใน AI มูลค่า 12.37 ล้านล้านบาทในปีข้างหน้า
รายงานความมั่งคั่งของผู้ประกอบการทั่วโลก (Global Entrepreneurial Wealth Report) ปี 2569 ของเอชเอสบีซี พบว่า 4 ใน 5 ของผู้ประกอบการ (79%) วางแผนเพิ่มการลงทุนใน AI ในธุรกิจหลักของตนในปีข้างหน้า โดยผู้ตอบแบบสำรวจคาดว่าจะจัดสรรเงินเฉลี่ย 21% ของรายได้ธุรกิจต่อปีเพื่อลงทุนใน AI คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนใน AI ตามแผนรวมมูลค่าถึง12.37 ล้านล้านบาท
รายงานฉบับนี้ได้ทำการสำรวจผู้ประกอบการและผู้ก่อตั้งธุรกิจผู้มีความั่งคั่งสูงและผู้ที่มีความมั่งคั่งสูงมาก กว่า 3,000 รายทั่วโลก และพบว่าผู้ประกอบการจำนวนมากไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการลงทุนในเทคโนโลยี AI เท่านั้น แต่ยังคาดว่าการลงทุนดังกล่าวจะนำไปสู่การเพิ่มจำนวนพนักงานด้วย
ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจ 44% คาดว่าการนำ AI มาใช้ในธุรกิจจะทำให้บริษัทต่างๆ มีจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นในช่วง 2 ปีข้างหน้า ขณะที่ 23% คาดว่าจำนวนพนักงานจะลดลง โดยเหตุผลหลักในการนำ AI มาใช้ในธุรกิจ คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน (43%)
นอกจากนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นว่าเจ้าของธุรกิจยังคงมีมุมมองเชิงบวก แม้เผชิญกับความไม่แน่นอนของตลาดในช่วงปีที่ผ่านมา โดย 95% มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มธุรกิจ และ 90% เชื่อว่าสินทรัพย์และความมั่งคั่งส่วนบุคคลจะเพิ่มขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ เกือบครึ่ง (49%) มีมุมมอง “เชิงบวกอย่างมาก” ต่อแนวโน้มธุรกิจ แม้สัดส่วนดังกล่าวจะลดลงจาก 54% ในปีพ.ศ. 2568
ทั้งนี้ AI กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจในประเทศไทย โดยผู้ประกอบการในไทยที่ตอบแบบสำรวจ 97% ได้ปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของธุรกิจแล้ว หรือมีแผนจะดำเนินการดังกล่าวภายใน 12 เดือนข้างหน้าเพื่อรับมือกับ AI เทียบกับ 95% ของผู้ประกอบการทั่วโลก นอกจากนี้ ผู้ประกอบการในไทยที่ตอบแบบสำรวจ 69% ได้ปรับเปลี่ยนธุรกิจของตนเพื่อตอบรับกับ AI แล้ว เทียบกับ 60% ของผู้ประกอบการทั่วโลก ขณะที่ 6 ใน 10 (60%) วางแผนใช้เงิน 11-30% ของรายได้ธุรกิจต่อปีเพื่อลงทุนใน AI ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานเป็นวัตถุประสงค์ที่ผู้ประกอบการระบุถึงมากที่สุด (44%) นอกจากนี้ ผู้ประกอบการในไทยยังระบุว่ามีความเชื่อมั่น “ในระดับสูงมาก” ต่อการใช้ AI เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ (42%) ช่วยบริหารจัดการการลงทุน (37%) และช่วยในชีวิตส่วนตัว (39%)

นายวิลเลียม ฟอก ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานไพรเวท แบงก์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ผู้ประกอบการในประเทศไทยได้เริ่มปรับเปลี่ยนธุรกิจเพื่อรับมือกับ AI แล้ว โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโต โดยการเปลี่ยนความมุ่งมั่นนี้ให้เกิดคุณค่าในระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยการลงทุนอย่างมีวินัย การบริหารต้นทุนและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลอย่างรอบคอบ ตลอดจนการสนับสนุนพนักงานเมื่อบทบาทการทำงานเปลี่ยนแปลงไป ในขณะที่การตัดสินใจด้านธุรกิจและความมั่งคั่งส่วนบุคคลมีความเชื่อมโยงกันมากขึ้นนั้น บทบาทของเราคือการช่วยให้ผู้ประกอบการวางเป้าหมายด้วยมุมมองระยะยาว และเข้าถึงโอกาสต่างๆ ผ่านเครือข่ายระหว่างประเทศของเอชเอสบีซี” รายงานยังเผยให้เห็นข้อมูลสำคัญอื่นๆ ดังนี้
• การควบรวมและซื้อกิจการยังคงคึกคัก: มากกว่า 4 ใน 5 ของผู้ประกอบการ (83%) กำลังพิจารณาการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) โดยประมาณครึ่งหนึ่ง (52%) สนใจซื้อกิจการในตลาดของตนเองในปีข้างหน้า ขณะที่ 43% สนใจขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ
• ผู้ประกอบการหญิงรุ่นใหม่มีมุมมองเชิงบวก: หนึ่งในกลุ่มที่มีมุมมองเชิงบวกมากที่สุด คือ ผู้ประกอบการหญิงอายุระหว่าง 18–34 ปีที่มีความมั่งคั่งสูงมาก โดยประมาณ 3 ใน 4 (74%) ของกลุ่มนี้เชื่อว่าสินทรัพย์และความมั่งคั่งของตนจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 44%
• การใช้ชีวิตในหลายประเทศ: ผู้ประกอบการมีวิถีชีวิตที่เชื่อมโยงกับนานาประเทศเป็นอย่างมาก โดย 72% พำนักในมากกว่าหนึ่งประเทศในรอบปี และ 70% วางแผนย้ายถิ่นฐานหรือมีถิ่นพำนักเพิ่มเติมในต่างประเทศในปีข้างหน้า
• ประเด็นที่กังวลมากที่สุด: ประมาณ 1 ใน 3 (32%) กังวลเรื่องการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ความมั่งคั่งเพื่อความสุขในชีวิตกับการเพิ่มพูนความมั่งคั่ง โดยประเด็นทางการเงินที่กังวลมากที่สุด ได้แก่ ความผันผวนของตลาด (31%) อัตราเงินเฟ้อ (30%) และการตัดสินใจลงทุนผิดพลาดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ (29%)
ข่าวเด่น