
คาด SET แกว่งในกรอบ โดยน่าจะยังเห็นการสลับกลุ่มลงทุนมายังหุ้นที่ Laggard ตลาดยังจับตาการลงนามข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านอย่างเป็นทางการในปลายสัปดาห์นี้ และผลการประชุม Fed คืนนี้ คาดคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% รวมทั้งความเห็นของเควิน วอร์ช ปธ. Fed คนใหม่และการเปิดเผย dot plot ของเจ้าหน้าที่ Fed เพื่อหาสัญญาณบ่งชึ้แนวโน้มดอกเบี้ย ทางเทคนิคดัชนีย่อพักตัวช่วงสั้น แต่หากยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันได้ ภาพรวมยังดีอยู่
ประเด็นสำคัญ
• ราคาน้ำมันดิบ Brent ร่วงหลุด US$80/bbl ในรอบ 3 เดือน รับข่าวการลงนามสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านวันที่ 19 มิ.ย. นี้ โดยทรัมป์เตรียมเปิดรายละเอียด MoU ต่อสภาคองเกรส และย้ำข้อตกลงนี้จะจำกัดไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ มองบวกต่อกลุ่ม Anti-Oil แต่กดดันกลุ่มพลังงาน
• ตัวเลขเศรษฐกิจจีนใน พ.ค. 2569 สะท้อนสัญญาณชะลอตัว ยอดค้าปลีกพลิกหดตัว 0.6%YoY เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่จีนเปิดประเทศในช่วง COVID-19 เมื่อปลายปี 2565 ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตอสังหาฯ และตลาดแรงงานที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ มองลบต่อกลุ่ม China Play (PTTGC IVL SCGP)
• รมว. พลังงานเตรียมกำหนดค่าไฟประเภท 9 คุมเข้มกลุ่ม Data Center โดยจะคิดค่าไฟสูงกว่ากลุ่มอื่นเพื่อนำส่วนต่างไปอุดหนุนภาคส่วนอื่น โดยอยู่ระหว่างฟังความเห็นจาก กกพ. หากเกิดขึ้นจริงคาดมีผลกระทบจำกัดต่อกระแสลงทุน เพราะเป็นเกณฑ์สากลและไทยมีเสถียรภาพระบบไฟฟ้าสูงสุดในภูมิภาค
• กองทุนน้ำมันฯ ฐานะดีขึ้น ยอดติดลบลดลงเหลือ 5.7 หมื่น ลบ. หลังปรับทบทวนสูตรคำนวณใหม่และอายัดเงินคืนจากผู้ค้าที่กักตุนน้ำมันอีก 3 หมื่น ลบ. ส่งผลให้คลังไม่ต้องออก พ.ร.ฎ. ค้ำประกันเงินกู้ มองเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มค้าปลีกน้ำมันจากคลายกังวลโดนแทรกแซงค่าการตลาด
• BoJ มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25bps สู่ระดับ 1% สูงที่สุดในรอบ 31 ปี เพื่อควบคุมเงินเฟ้อจากการพุ่งของราคาพลังงาน รองผู้ว่าฯ BoJ เผยการปรับขึ้นดังกล่าวจะช่วยให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอน
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสปรับขึ้นทะลุผ่านแนวต้าน 1640 จุด เพื่อสร้างจุดสูงสุดใหม่ของปีนี้ โดยคาดเม็ดเงินจะมีลักษณะ Sector Rotation หลังปัจจุบันดัชนีถูกขับเคลื่อนด้วยหุ้น Big Cap. อย่าง DELTA เป็นหลัก ทำให้ภาพรวมหุ้นอื่นๆ ยังปรับขึ้นจำกัด โดยมอง Valuation ของ SET ex-DELTA ยังน่าสนใจ โดยมี Fwd PER 26F อยู่ที่ 12.5 เท่า (-1SD) ซึ่งเอื้อให้เกิดเม็ดเงินสลับกลุ่มเข้ามาช่วยพยุงตลาดได้ ขณะที่ปัจจัยติดตาม ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของเฟด โดยแม้ตลาดคาดคงดอกเบี้ยที่ 3.75% แต่ไฮไลท์จะอยู่ที่ Dot Plot เพื่อดูทิศทางดอกเบี้ยช่วง 2H26 รวมถึงติดตามความคืบหน้าเซ็น MoU ยุติสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ “Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET มีโอกาสปรับขึ้นเพื่อสร้างจุดสูงสุดใหม่ของปีนี้ โดยเม็ดเงินจะสลับเข้าซื้อหุ้น Laggard ที่ได้อานิสงส์จากความคืบหน้าการเซ็น MoU ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ขณะที่ปัจจัยสำคัญติดตาม คือทิศทางดอกเบี้ยผ่าน Dot Plot ของเฟด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น High Dividend แบ่งเป็น 1) ระยะสั้นเน้นดักเงินปันผลระหว่างกาลงวด 1H26 ที่คาดว่าจะให้ Div. Interim Yield > 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ระยะยาวะเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield > 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
2. หุ้น New Normal ได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว โดยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่พลังงานทางเลือกและดิจิทัล (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)
3. หุ้นเด่น 3Q26 ที่มีแรงส่งให้เติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง และมีความชัดเจนของแนวโน้มกำไร ได้แก่ CENTEL CPN GULF HANA WHA
Trading Idea: 1) Anti-Oil & Reopening Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความคืบหน้าเซ็น MoU สันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยเน้นหุ้นที่ราคายังต่ำกว่าก่อนเกิดสงคราม อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (BGRIM GPSC) ยานยนต์ (AH SAT) และท่องเที่ยว (MINT CENTEL) 2) Laggard Play เน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL BEM TRUE BDMS 3) Hawkish & Baht Depreciation Play โดยคาดเฟดอาจขยับขึ้น Dot Plot (คงดอกเบี้ยนานขึ้น) ดันให้ Bond Yield สหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มประกันชีวิต (BLA, TLI) และกลุ่มส่งออก (TU, ITC) และ 4) World Cup 2026 Play ซึ่งได้โมเมนตัม บวกจากกระแสฟุตบอลโลก ได้แก่ CPALL CPAXT MINT HTC TRUE
Daily Top Picks
GPSC: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากต้นทุนเชื้อเพลิงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ลดลง บริษัทมีโอกาสการเติบโตต่อเนื่องจากธุรกิจ Data Center, การต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และการทำ Asset Monetization ในเครือ PTT เป้าหมายระยะสั้นที่ 43.50 บาท
OSP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซช่วยผ่อนคลายแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน ขณะที่สภาพอากาศร้อนจาก El Nino และไทยช่วยไทยพลัสหนุนปริมาณการบริโภคใน 2Q69 โดยเฉพาะยอดขายในประเทศ เป้าหมายระยะสั้นที่ 15.90 บาท
ข่าวเด่น