
คาด SET แกว่งผันผวน หลังผลประชุม Fed ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ ส่งผล Bond Yield ดีดตัว ขณะที่ข้อตกลงสันติภาพยังดำเนินต่อหลัง ปธน.ทรัมป์ลงนามข้อตกลงชั่วคราวช่วยคลายความกังวล แต่ยังมองตลาดเลือกลงทุนแบบ sector rotation ต่อ วันนี้ติดตามการประชุม ครม.นัดพิเศษเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2570 เพื่อให้ทันการเสนอให้ ครม. พิจารณาอีกครั้งในวันที่ 23 มิ.ย. และเสนอเข้าสู่สภาฯ วาระแรก 29 มิ.ย.-1 ก.ค. ทางเทคนิคดัชนีแกว่งผันผวนในกรอบจำกัด
ประเด็นสำคัญ
• FOMC มีมติคงดอกเบี้ย 3.50-3.75% ตามคาด แต่ Dot Plot ส่งสัญญาณ Hawkish บ่งชี้ปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ Core PCE ปีนี้เป็น 3.3% (เดิม 2.7%) และปรับลด GDP Growth สหรัฐปีนี้เป็น 2.2% (เดิม 2.4%) ระยะสั้นมองกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยงและสร้างความผันผวนต่อ Fund Flow
• Bloomberg เผยรายละเอียด MoU ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านว่า สหรัฐฯ จะผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตรและยุติการปิดน่านน้ำ และตั้งเป้าหมายฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซภายใน 30 วัน ขณะที่เริ่มเห็นเรือเชิงพาณิชย์ทยอยเคลื่อนตัวแล้ว มองบวกต่อการลงทุนในกลุ่ม Anti-commodity จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวลดลงอย่างสายการบิน (AAV BA), โรงไฟฟ้า (GPSC BGRIM) และค้าปลีกน้ำมัน (OR)
• IEA ประเมินตลาดน้ำมันใน 2Q69 จะขาดดุลกว่า 2 ล้านบาร์เรล/วัน จากผลกระทบปิดช่องแคบฯ และอุปทานจะทยอยฟื้นตัวพลิกเกินดุลตั้งแต่ 4Q69 เป็นต้นไป และจะเกินดุลอย่างมากในปีหน้าจากกำลังการผลิต OPEC+ ที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและทำให้อุปทานโลกขยายตัวกว่า 8 ล้านบาร์เรล/วัน (+7.5%) เป็น Sentiment ลบระยะกลางต่อราคาน้ำมัน แนะนำระมัดระวังการลงทุนในกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่น
• รมว. พลังงานเผยสั่งทบทวนปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดสำหรับผู้ใช้ไฟเกิน 400 หน่วย โดยจะเน้นลดต้นทุนเชิงโครงสร้างแทน ขณะที่มีแนวคิดดึงกำไรจาก กฟผ. สำรองจ่ายช่วยผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านไม่เกิน 200 หน่วยแรก ขณะที่เดือนนี้จะเร่งเปิดรับซื้อไฟส่วนเกินโซลาร์ภาคประชาชน 500 MW มองบวกต่อกลุ่มจำหน่ายและติดตั้งโซลาร์ จากโควตารับซื้อไฟส่วนเกินที่ชัดเจนซึ่งจะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจติดตั้งของครัวเรือน
• ตลท. ประกาศรายชื่อหุ้นเข้า/ออกดัชนีรอบ 2H69 โดย SET50 คัดเลือก 4 หุ้นนำเข้า BCP MRDIYT TFG THAI (นำออก BTS CBG CENTEL SAWAD) ส่วน SET100 คัดเลือก 4 หุ้นนำเข้า MRDIYT THAI THCOM WHAUP (นำออก JAS JMART SISB SJWD)
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET ผันผวนในกรอบ 1550-1620 จุด โดยคาดจะมีลักษณะ Sector Rotation หลังปัจจุบันดัชนีถูกขับเคลื่อนด้วยหุ้น Big Cap. อย่าง DELTA เป็นหลัก ทำให้ภาพรวมหุ้นอื่นๆ ยังปรับขึ้นจำกัด ส่วน FOMC มีมติคงดอกเบี้ยสั้นที่ 3.50-3.75% ตามตลาดคาด แต่ล่าสุด Dot Plot ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งปีนี้ ซึ่งจะจำกัด Upside ของสินทรัพย์เสี่ยงและสร้างความผันผวนต่อ Fund Flow ในระยะสั้น อย่างไรก็ดี ล่าสุดสหรัฐลงนามข้อตกลงชั่วคราวกับอิหร่านอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกหนุนบรรยากาศลงทุนและลดแรงกดดันต่อราคาพลังงานในระยะถัดไป กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET ผันผวนในกรอบ โดยคาดเม็ดเงินไหลเข้าเก็งกำไรกลุ่ม Laggard ที่ได้อานิสงส์จากการลงนาม MoU สันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน รวมถึงหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการที่ Dot Plot ของเฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น High Dividend แบ่งเป็น 1) ระยะสั้นเน้นดักเงินปันผลระหว่างกาลงวด 1H26 ที่คาดว่าจะให้ Div. Interim Yield > 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ระยะยาวะเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield > 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
2. หุ้น New Normal ได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว โดยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่พลังงานทางเลือกและดิจิทัล (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)
3. หุ้นเด่น 3Q26 ที่มีแรงส่งให้เติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง และมีความชัดเจนของแนวโน้มกำไร ได้แก่ CENTEL CPN GULF HANA WHA
Trading Idea: 1) Anti-Oil & Reopening Play ซึ่งได้ประโยชน์จากการเซ็น MoU สันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐและอิหร่านแล้ว โดยเน้นหุ้นที่ราคายังต่ำกว่าก่อนเกิดสงคราม อาทิ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (BGRIM GPSC) ยานยนต์ (AH SAT) และท่องเที่ยว (MINT CENTEL) 2) Hawkish & Baht Depreciation Play หลัง Dot Plot ของเฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ ดันให้ Bond Yield สหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์พุ่งขึ้น ได้แก่ กลุ่มประกันชีวิต (BLA, TLI) และกลุ่มส่งออก (TU, ITC) 3) Laggard Play เน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation ได้แก่ CPALL CPN GLOBAL BEM TRUE BDMS และ 4) World Cup 2026 Play ซึ่งได้โมเมนตัม บวกจากกระแสฟุตบอลโลก ได้แก่ CPALL CPAXT MINT HTC TRUE
Daily Top Picks
BLA: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับขึ้นสนับสนุนรายได้จากการลงทุน ผลประกอบการปี 2569 มีแนวโน้มได้รับการสนับสนุนจากการทยอยรับรู้ CSM และรายได้จากการลงทุน Valuation น่าสนใจ ด้วย PE ที่ระดับ 6 เท่า เป้าหมายระยะสั้นที่ 24.70 บาท
KBANK: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากแรงกดดันเงินเฟ้อที่เกิดจากสงครามอิหร่านทำให้วัฏจักรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสิ้นสุดลง และทำให้ NIM เข้าสู่จุดเปลี่ยน คาด NIM จะทำจุดต่ำสุดใน 2Q69 อีกทั้งได้อานิสงส์จากยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนจาก BoI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัย หนุนให้สินเชื่อปี 2569 คาดจะเติบโต 1% เป้าหมายระยะสั้น 210 บาท
ข่าวเด่น