แบงก์-นอนแบงก์
ตลาดผันผวน แต่โอกาสลงทุนชัด จับจังหวะสะสมตราสารหนี้คุณภาพดี เพื่อผลตอบแทนระยะยาว


ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย แนะนำลูกค้า มองหาจังหวะและระดับอัตราผลตอบแทนที่น่าสนใจ ทยอยสะสมตราสารหนี้คุณภาพดี สร้างผลตอบแทนระยะยาว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาด ในงาน 'Wealth Beyond Seasons' พบปะลูกค้าและผู้ประกอบการในจังหวัดภูเก็ต และแบ่งปันมุมมองเศรษฐกิจ ทิศทางดอกเบี้ย และโอกาสลงทุนในตลาดตราสารหนี้
 
 
ภูดินันท์ เศรษฐนันท์ Head, Affluent & Wealth Management ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ให้คำแนะนำลูกค้าว่า “ยิ่งตลาดผันผวน ยิ่งต้องมองให้เห็นโอกาส เพราะในวันที่ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น อัตราผลตอบแทนที่อยู่ในระดับน่าสนใจอาจเป็นจังหวะสำคัญในการสะสมตราสารหนี้คุณภาพดีเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว ธนาคารให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับการดูแลลูกค้าจัดสรรเงินแต่ละก้อนอย่างเหมาะสม ทั้งเงินสำหรับรองรับความจำเป็นในชีวิต เงินสำหรับสร้างกระแสเงินสด และเงินสำหรับต่อยอดโอกาสการลงทุนในระยะยาว ภายใต้แนวคิด Safer Pocket ‘อยู่รอด อยู่ได้ และเติบโต’  เป้าหมายสำคัญคือการช่วยให้ลูกค้าสามารถ ต่อยอด รักษา และส่งต่อความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว”

 
การบริหารความมั่งคั่งนอกจากเลือกผลิตภัณฑ์หรือผลตอบแทน ยังรวมถึงการวางแผนและจัดสรรการลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์และเป้าหมายของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา ธนาคารพร้อมทำงานร่วมกับลูกค้า เพื่อให้เงินและสินทรัพย์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจุดแข็งสำคัญของธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย คือ การผสานความเชี่ยวชาญของทุกหน่วยงาน ทีมผลิตภัณฑ์ ทีม Markets Research & Advisory และผู้แนะนำการลงทุน เพื่อช่วยลูกค้าวางแผนและเลือกลงทุนให้เหมาะกับเป้าหมาย ระยะเวลาการลงทุน ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และแผนการใช้เงินในอนาคต 

 
ภิสัก อึ้งถาวร Acting Head, Distribution and Head, Markets Research and Advisory ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ตลาดการเงินทั่วโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากแนวโน้มเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และทิศทางอัตราดอกเบี้ย นักลงทุนจำเป็นต้องมองให้เห็นโอกาสท่ามกลางความผันผวน ช่วงเวลาที่อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้อยู่ในระดับสูง ถือเป็นจังหวะที่น่าสนใจในการทยอยสะสมพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้คุณภาพดี เพื่อช่วยล็อกผลตอบแทนและสร้างกระแสเงินสดในระยะยาว

 
ปัจจุบันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย โดยเฉพาะพันธบัตรระยะยาว ยังคงอยู่ในระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับพันธบัตรระยะสั้น ขณะที่ทีมวิจัยของธนาคารประเมินว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีแนวโน้มทรงตัวที่ระดับ 1.00% ต่อปี ไปจนถึงช่วงกลางปีหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ผู้ลงทุนสามารถทยอยสะสมตราสารหนี้คุณภาพดีเพื่อล็อกผลตอบแทนในระดับที่เหมาะสมในระยะยาว

 
สำหรับลูกค้า Wealth ธนาคารมองว่าจังหวะปัจจุบันเป็นโอกาสสำคัญในการขยาย Duration ไปยังพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 15-20 ปี ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายถึง 1.7-2.1% สูงสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่ Yield Curve ไทยมีความชันมากที่สุดในอาเซียน สะท้อนว่าผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการลงทุนในตราสารระยะยาว นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้รับกำไรจากส่วนต่างราคา หากอัตราผลตอบแทนในตลาดปรับลดลงในอนาคต ขณะที่ผู้ลงทุนที่ถือหุ้นกู้ระยะสั้นและมีกำไรสะสมอยู่แล้ว อาจใช้จังหวะนี้ในการขายทำกำไรและหมุนเงินเข้าสู่ตราสารที่ให้ผลตอบแทนน่าสนใจกว่า เพื่อเพิ่มศักยภาพการสร้างกระแสเงินสดและผลตอบแทนในระยะยาว

นอกจากโอกาสในตลาดตราสารหนี้ไทยแล้ว ความผันผวนในตลาดพันธบัตรต่างประเทศยังเปิดโอกาสการลงทุนที่หาได้ไม่บ่อย โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่าสองทศวรรษ ขณะที่ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 32.50-33.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสำหรับการทยอยกระจายการลงทุนไปยังหุ้นกู้ต่างประเทศสกุลดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านผลตอบแทน กระจายความเสี่ยง และลดการพึ่งพาสินทรัพย์ในประเทศเพียงอย่างเดียว โดยยังคงเน้นการคัดเลือกตราสารคุณภาพดีที่สอดคล้องกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุนแต่ละราย

“สุดท้ายนี้ อยากฝากข้อคิดว่า เงินที่รออยู่เฉย ๆ มีต้นทุนทุกวัน การบริหารเงินที่ดีควรเริ่มจากการวางแผนว่าเงินแต่ละก้อนจะถูกใช้เมื่อใด ก่อนเลือกการลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายและระยะเวลาใช้งาน เพื่อให้ทุกเม็ดเงินสามารถสร้างผลตอบแทนและกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

 
สำหรับเงินทุนที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในระยะสั้น การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้คุณภาพดีที่มีอายุสอดคล้องกับแผนการใช้เงิน สามารถช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน พร้อมสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ขณะที่การลงทุนผ่านตลาดรองยังช่วยให้ลูกค้าเลือกอายุคงเหลือของตราสารและวางแผนการรับเงินต้นได้อย่างยืดหยุ่น

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย นอกจากนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุน ยังพร้อมเป็นพันธมิตรในการวางแผนสภาพคล่อง กระแสเงินสด และความมั่งคั่งให้กับลูกค้าในทุกช่วงของธุรกิจและทุกช่วงชีวิต เพราะแม้ตลาดจะเปลี่ยนแปลงไปในทุกฤดูกาล แต่ เงินของลูกค้าไม่ควรหยุดทำงาน ภายใต้แนวคิด “หุ้นกู้ดีดี มีได้ทุกวัน” เพื่อสร้างกระแสเงินสดและความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในทุกสภาวะตลาด
 

บันทึกโดย : Adminวันที่ : 14 ก.ย. 2569 เวลา : 16:53:01
14-09-2026
เบรกกิ้งนิวส์
1. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (14 ก.ย.69) ลบ 13.45 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,591.07 จุด

2. MTS Gold คาดราคาทองคำตลาดโลกกลับมาเคลื่อนไหวใกล้ 4,300 เหรียญ หลังจากก่อนหน้านี้ทำจุดสูงสุดบริเวณ 4,443 เหรียญ ก่อนเผชิญแรงขายหลังการประกาศ CPI

3. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (14 ก.ย.69) ลบ 9.64 จุด ดัชนี 1,594.88 จุด

4. พยากรณ์อากาศวันนี้ (14 ก.ย.69) "ภาคอีสาน-ภาคกลาง-ภาคใต้" ฝนตกหนัก 70% กรุงเทพปริมณฑล-ภาคเหนือ-ภาคตะวันออก 60%

5. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (14 ก.ย.69) ลบ 1.44 จุด ดัชนี 1,603.08 จุด

6. ทองเปิดตลาดวันนี้ (14 ก.ย.69) "คงที่" ทองรูปพรรณ ขายออก 69,050 บาท

7. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.25 บาท/ดอลลาร์

8. กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.80-33.40 ลุ้นดอกเบี้ยเฟดและบีโอเจ

9. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (14 ก.ย.69) อ่อนค่าลงเล็กน้อย ที่ระดับ 33.09 บาทต่อดอลลาร์

10. ตลาดหุ้นไทยปิดวันนี้ (11 ก.ย.69) ลบ 10.55 จุด ดัชนี 1,604.52 จุด

11. ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าวันนี้ (11 ก.ย.69) ลบ 10.31 จุด ดัชนี 1,604.76 จุด

12. ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.25 บาท/ดอลลาร์

13. MTS Gold คาดราคาทองคำปรับตัวลดลงหลุดระดับ 4,350 เหรียญ ทำให้ภาพระยะสั้นกลับมาเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway Down

14. ค่าเงินบาทเปิดวันนี้ (11 ก.ย.69) อ่อนค่าลง ที่ระดับ 33.15 บาทต่อดอลลาร์

15. ตลาดหุ้นไทยเปิดวันนี้ (11 ก.ย.69) ดัชนีอยู่ที่ 1,610.01 จุด ลบ 5.06 จุด

อ่านข่าว เบรกกิ้งนิวส์ ทั้งหมด
Feed Facebook Twitter More...

อัพเดทล่าสุดเมื่อ September 14, 2026, 9:00 pm